
อ่านไว้ได้ประโยชน์จ้า
เมื่อร้านอินเทอร์เน็ตและเกมประสบปัญหาถูกดำเนินคดีโทษฐานละเมิดลิขสิทธิ์ สิ่งที่ตามมาเสมอคือความคลางแคลงใจต่างๆ นานา อาทิ “ตัวแทนนำจับมีสิทธิ์จริงหรือไม่ ต้องตรวจสอบกันในชั้นศาลเท่านั้นหรือ?” “ความผิดทางลิขสิทธิ์เป็นความผิดซึ่งหน้าได้หรือ?” พร้อมด้วยคำถามที่ว่า “จะต้องทำอย่างไรต่อไป?” “ถ้าไม่ผิดแล้ว จะสู้กับมิจฉาชีพที่มานำจับโดยมิชอบด้วยวิธีไหน?” และ “จะทำอย่างไรให้ได้เครื่องคอมพิวเตอร์ของกลางกลับไปทำมาหากินต่อไป?”
การตรวจสอบว่าตัวแทนนำจับมีสิทธิ์จริงหรือไม่ ต้องพิสูจน์ในชั้นศาลเท่านั้นหรือ? คำถามเหล่านี้อาจได้รับคำตอบไปบ้างแล้วจากกระทู้ในเว็บไซต์ศูนย์รวมของผู้ ประกอบการร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ หรือคอมมูนิตี้ต่างๆ ที่ให้ความสนใจในเรื่องเดียวกัน หากวันนี้ IT Digest ได้พยายามรวบรวมและนำความกระจ่างจาก พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน ผู้บัญชาการสำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ และ นายไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ์ ที่ปรึกษากฎห ม า ย สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย และกรรมการสภาวิชาชีพผู้ดูแลเว็บไทย มือกฎห ม า ยที่คลุกคลีอยู่ในวงการนี้มานานให้ได้รับทราบกันอีกครั้ง
พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน ผู้บัญชาการสำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ชี้ชัดว่า ส่วนนี้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องตรวจอยู่แล้วโดยปกติ เมื่อก่อนผมอยู่โรงพัก ผมใช้เวลาตรวจสอบอยู่ถึงชั่วโมงครึ่ง ดูตั้งแต่อเมริกา อเมริกามอบให้ญี่ปุ่น ญี่ปุ่นมอบให้ฮ่องกง ฮ่องกงมอบให้สิงคโปร์ สิงคโปร์มอบให้ไทย ไทยมอบให้บริษัทนี้ บริษัทนี้ มอบให้นาย ก. นาย ข. นาย ค. ต้องไล่เช็ค นั่งอ่าน”
เมื่อสอบถามว่าเหตุใดปัจจุบัน จึงไม่ค่อยพบเห็นการตรวจสอบละเอียดเช่นนี้ พ.ต.อ. ญาณพล กล่าวว่า บางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องถึงขนาดนั้น แต่ต้องนำสืบให้ได้ว่าคนที่มาแจ้งมีส่วนได้เสียถูกต้องตามกฎห ม า ยหรือไม่ และอะไรบ้างที่เขามีอำนาจ ไม่ใช่จับทุกเกม หรือจับซีดีทุกแผ่นที่มีในร้าน และเป็นหน้าที่ของตำรวจต้องตรวจสอบ ถ้าไม่ตรวจสอบก็ถือว่าละเว้นหรือทำผิดพลาดเอง
ส่วนใหญ่ที่เป็นปัญหาก็เพราะผู้เดือดร้อนไม่ขอความยุติธรรม หากทำตามขั้นตอนตามกฎห ม า ยก็หลุดทุกราย แต่มักอ้างว่าขี้เกียจ เสียเวลาทำมาหากิน แล้วก็ยอมจ่าย สำหรับเอกสารหลักฐานที่จะแสดงให้เห็นว่าตัวแทนผู้รับมอบอำนาจช่วงในการจับ การละเมิดลิขสิทธิ์นั้น นายไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ์ ที่ปรึกษากฎห ม า ย สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย และกรรมการสภาวิชาชีพผู้ดูแลเว็บไทย ให้ความกระจ่างว่า สิ่งที่ต้องพิจารณาไม่ใช่เพียงแค่ดูหนังสือมอบอำนาจช่วงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ต้องดูหนังสือสัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์หลักด้วย คือ สมมติว่าตำรวจจะดำเนินคดีเกี่ยวกับเกมหนึ่ง เช่น เกม a บริษัท x มอบให้บริษัท y นำเข้ามาให้บริการในประเทศ ตัวนี้สัญญาที่ให้ใช้ลิขสิทธิ์เขาจะทำเป็นหนังสือขึ้นมา แล้วมีขอบเขตของการใช้สิทธิอยู่ แต่ก็จะมอบกันเองโดยที่เจ้าของไม่รู้ เพราะฉะนั้นต้องดูหนังสือสัญญาหลักด้วยว่าเขาให้สิทธิมากน้อยแค่ไหนอย่างไร ซึ่งส่วนใหญ่แล้วสัญญาจะให้ช่วงได้ไม่เกิน 1 ช่วง จากประสบการณ์ที่เคยทำคดีมักจะมอบอำนาจได้แค่คนเดียว ช่วงต่อไม่ได้ พอช่วงต่อไม่ได้ สิทธิที่ไปให้คนอื่นก็ไม่ถูกต้องแต่แรก แต่ถามว่าทำไมทุกวันนี้ยังทำได้ ก็เพราะไม่มีคนโต้แย้ง เมื่อไม่มีคนโต้แย้งก็ไม่มีการหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณา ที่ปรึกษากฎห ม า ย สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย อธิบายต่อด้วยว่า ในกรณีที่มีการมอบอำนาจมาจากต่างประเทศ 4-5 ช่วง แต่มีเอกสารเฉพาะช่วงที่ 3 มาช่วงที่ 4 อันเป็นการมอบอำนาจจากต่างประเทศมาไทยนั้น ถือว่าไม่เพียงพอ เพราะต้องดูเอกสารตั้งแต่ลำดับแรก คือ ในช่วง 1-2 และ 2-3 มีการมอบให้อำนาจช่วงได้หรือไม่ ต้องเขียนว่ามีมอบอำนาจช่วงเท่านั้น ทั้งนี้ ประสบการณ์ตรงนี้ร้อยละ 99 ไม่มีเลย ปัญหาที่เจอประจำคือ อำนาจช่วงไม่ครบสาย และคนสุดท้ายมักเขียนอำนาจไว้มากมายทั้งที่ไม่มีอำนาจมาแต่ต้น จุดนี้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องตรวจสอบในเบื้องต้น
ความผิดทางลิขสิทธิ์เป็นความผิดซึ่งหน้าหรือไม่? คำถามนี้เคยเกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงแรกที่มีการจับกุมเรื่องการละเมิด ลิขสิทธิ์ในราวเดือน มิ.ย.-ก.ค. และแม้ว่าจะเบาบางลงไปแล้ว หากก็ยังปรากฏให้เห็นอยู่เป็นระยะ ผู้บัญชาการสำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ดีเอสไอ บอกว่า
สำหรับความผิดในเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์นั้น จะถือเป็นความผิดซึ่งหน้าไม่ได้ เพราะหากจะดำเนินการจับกุมได้ต้องมีคนมาแจ้ง เนื่องจากเป็นความผิดต่อส่วนตัว และคนมาแจ้งก็ต้องแสดงตัวก่อนว่ามีสิทธิอย่างไร รับช่วงอำนาจมาอย่างไร แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ ตำรวจบางกลุ่มก็หวังกับเศษเนื้อเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาโยนให้กินจะทำอย่างไรเมื่อถูกจับและอายัดทรัพย์ กับความเชื่อที่ว่าควรรับสารภาพไปก่อนแล้วค่อยไปสู้ในชั้นศาล? นายไพบูลย์ อธิบายว่า
ในทางปฏิบัติเวลาผู้ประกอบการเจอตำรวจ จะยึดอะไรก็มักเซ็นรับสารภาพทั้งหมด ซึ่งจริงๆ ไม่ได้ ต้องมีการโต้แย้ง เพราะการที่ตำรวจเข้ามาจะต้องมีห ม า ยค้น ระบุจำนวนเครื่องแล้วจึงจะค้นได้ ไม่ใช่อยู่ดีๆ มาแล้วจะจับเลย ผู้ประกอบการเองก็กลัวว่าถ้าไม่เซ็นจะขัดขวางเจ้าหน้าที่หรือเปล่า ตรงนี้ไม่ใช่ เพราะว่าการขัดขวางคำสั่งของเจ้าหน้าที่จะต้องเป็นการกระทำต่อคำสั่งที่ชอบ ด้วยกฎห ม า ยเท่านั้น ดังนั้น ในส่วนนี้จะเซ็นเอกสารใดใดหรือไม่เป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการสามารถปฏิเสธได้ นอกจากนี้ ในส่วนของการเซ็นรับสารภาพนั้น การที่เจ้าหน้าที่จะพยายามให้รับสารภาพไปก่อนนั้นเป็นเพราะในทางกฎห ม า ย ลิขสิทธิ์เมื่อรับสารภาพ โทษจะลดลงครึ่งหนึ่ง แต่ในกรณีที่ไม่ใช่ผู้กระทำความผิดแล้ว ไม่ควรรับสารภาพอย่างยิ่ง สำหรับการอายัดทรัพย์นั้น พ.ต.อ.ญาณพล ให้ความเห็นว่า ของกลางควรยึดอะไรก็ควรนำไปแค่นั้นเพื่อให้เขาสามารถประกอบกิจการต่อได้ และในฐานะที่เป็นคณะกรรมการของกระทรวงไอซีทีกับสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรม ซอฟต์แวร์ (องค์กรมหาชน) หรือ ซิป้า ได้เคยเสนอในร่างกฎกระทรวงให้ทำความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติใน เรื่องการยึดของกลางควรจะยึดอะไรบ้าง จอภาพ คีย์บอร์ด ยึดทั้งหมดเลยหรือ โดยเสนอไปว่าให้ยึดแต่ฮาร์ดดิสก์อย่างเดียว และให้เป็นหน้าที่ของเจ้าของร้านอำนวยความสะดวก และจัดการถอดให้เรียบร้อยไป แต่จนถึงวันนี้เรื่องก็ยังเงียบหาย
กรณีที่ถูกยัดไฟล์ สามารถตรวจสอบได้หรือไม่? กรรมการสภาวิชาชีพผู้ดูแลเว็บไทย อธิบายว่า ในกรณีนี้ เมื่อถูกจับและมั่นใจว่าไม่ผิด ก็ให้ปฏิเสธไว้ก่อน เพราะถ้าหากมีการก๊อปปี้โดยผู้อื่นจริง ข้อมูลในคอมพิวเตอร์ก็จะปรากฏชัดอยู่แล้วว่ามีการก๊อปปี้มา เพราะในทางเทคนิค วิธีการไม่ถูกกฎห ม า ยอย่างนี้สามารถตรวจสอบกลับไปได้ คือ สมมติว่ามีแผ่นที่โหลดเข้าไปหรือไปโหลดมาจากเว็บที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์ที่ มีการเตรียมไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว เวลาดาวน์โหลดมามักจะมีไอพีแอดเดรสของเว็บนั้นอยู่ซึ่งถ้าเช็คกลับไปจะรู้ ว่าโดเมนเนมหรือเว็บแอดเดรสเป็นของใคร ใช้บริการของไอเอสพีรายไหน เราสามารถได้ข้อมูลเลย ส่วนนี้เป็นวิธีแก้ไขปัญหาให้กับผู้ที่ถูกฟ้องร้องโดยไม่ผิดได้ อาจจะมีคำถามอีกมากมายที่ยังคงรอคำตอบ หากในเบื้องต้นความกระจ่างที่ได้รับจากมือกฎห ม า ยผู้ทรงคุณวุฒิ คงเพียงพอแล้วที่จะสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริสุทธิ์ที่ต้องรับมือกับ มิจฉาชีพบางกลุ่มอยู่ในขณะนี้ว่า
ช่องทางและความช่วยเหลือยังมีรออยู่เสมอ แต่ถ้าหากไม่คิดจะลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องสิทธิ์ของตนและตัดตอนพวกที่ชอบทำนา บนหลังคนให้พ้นไปจากสังคม ความยุติธรรมก็จะยังคงเป็นเพียงลมปาก เพราะมีเพียงคนเรียกหา แต่ไม่มีใครคิดจะไขว่คว้าให้ได้มา อย่าง ไรก็ตาม การเคารพในทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นและร่วมมือกันหันมาใช้ลิขสิทธิ์อย่าง ถูกต้อง ก็ยังคงเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการประกอบสัมมาชีพไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม