"ธีระ" ยันคาราโอเกะไร้ปัญหา เผยยอดขอใบอนุญาตพุ่ง 18,000 ร้าน พร้อมขอเวลา 3 ด. หาทางออกคุมเด็กเล่น พร้อมตั้งคกก.ร่วม มท.-ไอซีที-นักวิชาการ-เจ้าของกิจการ จัดทำโปรแกรมควบคุมเล่นเกมเกิน 3 ชม. ก่อนนำร่องร้านเกมสีขาว 1,500 แห่งทั่วประเทศ
วันนี้(30 ก.ค.) นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า วธ. ขอชี้แจงกรณีการออกกฎกระทรวงว่าด้วยการอนุญาตประกอบกิจการร้านวีดีทัศน์ ซึ่งหลายฝ่ายเข้าใจผิดคิดว่า กฎกระทรวงดังกล่าวจะออกมาเพื่อควบคุมร้านคาราโอเกะ และห้ามไม่ให้มีเด็กนั่งดริงค์ภายในสถานบริการทุกแห่ง ที่จริงแล้ว ร้านคาราโอเกะ ยังมีสาวนั่งดริงค์ได้ โดยผู้ประกอบการที่ต้องการเปิดสถานบริการจำพวกร้านคาราโอเกะ คาเฟ่ สวนอาหาร และร้านอาหารที่มีการเต้น รวมทั้งมีการจำหน่ายเหล้า บุหรี่ และมีสาวนั่งดริงค์ ต้องไปขออนุญาตประกอบกิจการประเภท 3 (4) กับกระทรวงมหาดไทย (มท.) ตาม พ.ร.บ. สถานบริการ พ.ศ.2509 และจากการตรวจสอบข้อมูล ทราบว่าขณะนี้มีร้านคาราโอเกะที่มีสาวนั่งดริ้งทั่วประเทศ จำนวน 4,246 แห่ง ส่วนกฎกระทรวงของ วธ. ที่ออกมาจะออกใบอนุญาตเฉพาะร้านคาราโอเกะตามห้างสรรพสินค้า ตู้คาราโอเกะหยอดเหรียญเท่านั้น ที่สำคัญจะต้องไม่มีสาวนั่งดริ้ง จำหน่ายเหล้า บุหรี่โดยเด็ดขาด
“สำนักพิจารณาภาพยนตร์และวิดีทัศน์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.) ได้รายงานข้อมูลการสำรวจร้านเกม ร้านคาโอเกะ ร้านขายและให้เช่าวีดีทัศน์ ที่มายื่นขอใบอนุญาตต่อ สวช. จนถึงวันที่ 3 ก.ค. 52 พบว่า มีร้านคาราโอเกะยื่นขอใบอนุญาตกับ วธ. จำนวน 18,000 แห่ง ส่วนร้านเกมมีจำนวน 28,000 แห่ง และร้านขายให้เช่าวีดีทัศน์ จำนวน 10,601 แห่ง”นายธีระ กล่าว
นายธีระ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายออกมาคัดค้านการออกกฎกระทรวงว่าด้วยการอนุญาตและประกอบกิจการร้านวีดีทัศน์ที่ปล่อยให้เด็กเล่นเกมเกินกว่า 3 ชั่วโมงโดยไม่มีการกำหนดเวลาที่ชัดเจนนั้น ยืนยันว่าได้พยายามที่จะผลักดันให้มีการกำหนดเวลาเด็กเล่นเกม 3 ชั่วโมงแล้ว แต่ทางกฤษฎีชี้แจงว่า หากไม่สามารถปฏิบัติได้จริงก็ไม่ควรออกเป็นกฎหมาย ดังนั้นเพื่อเป็นการยุติปัญหา วธ.ขอเวลา 3 เดือน จัดตั้งคณะกรรมการ 1 ชุด ประกอบด้วย กระทรวงมหาดไทย (มท.) กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ผู้ประกอบการร้านอินเตอร์เน็ต นักวิชาการ ผู้ปกครอง โดยมีตนเป็นประธาน เพื่อร่วมกันศึกษาและจัดทำโปรแกรมควบคุมการเล่นเกมของเด็กไม่ให้เกิน 3 ชั่วโมงต่อวัน พร้อมทั้งจัดทำประชาพิจารณ์สรุปความเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการควบคุมการเล่นเกมของเด็ก อย่างไรก็ตามหากโปรแกรมดังกล่าวแล้วเสร็จ วธ. จะนำร่องทดลองใช้ในร้านเกมสีขาว ประมาณ 1,500 แห่งทั่วประเทศ เพื่อประเมินผลดีผลเสียของโปรแกรมดังกล่าวว่าจะสามารถควบคุมได้หรือไม่ และหากทุกอย่างสมบูรณ์ วธ.ก็จะเสนอขอแก้กฎกระทรวงทันที ส่วนการใช้โปรแกรมดังกล่าวจะมอบให้กับผู้ประกอบการที่มียื่นจดทะเบียนและขอใบอนุญาต
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์