ความรู้ว่าด้วยการ "ค้น" ในที่สาธารณะ
ชมรมผู้ประกอบการร้านอินเตอร์เน็ตและเกมจังหวัดสมุทรปราการ
25 พฤษภาคม, 2012, 04:48:36 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ความรู้ว่าด้วยการ "ค้น" ในที่สาธารณะ  (อ่าน 1858 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
︷ คุง ชาย นัทซ่าส์ ︷
เกาะยอโฮมสเตย์
เพชรในตม
เจ้าพ่อร้านเกม
*****

คะแนนนิยม +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1020


สุขใดไม่เท่า ล้วงกระเป๋าแล้วเจอตัง


เว็บไซต์
« เมื่อ: 17 สิงหาคม, 2009, 07:09:43 PM »

ผมเห็นว่าหลายท่านคงมีความสับสนเกี่ยวกับประเด็นการเข้าตรวจค้นในร้านเนทและเกมว่าทำได้หรือไม่อย่างไร เลยสืบค้นหาข้อมูลมาให้ครับ ถึงผมจะไม่ใช่นักกฏห ม า ยใหญ่โต แต่อย่างแบ่งเบาภาระของผู้ประกอบการ ผิดพลาดอย่างไรก็ขออภัยครับ ส่วนที่สำคัญผมจะเน้นตัวสีน่ะครับ เพราะปัจจุบันรูปแบบการเข้ามาตบทรัพย์ร้านเนทและเกมเปลี่ยนไปแล้ว ไม่มีห ม า ยค้น ยัดข้อหาผิดซึ่งหน้า มาพร้อมตำรวจท้องที่เป็นส่วนใหญ่ ยศระดับนายดาบ , จ่า มีน้อยครั้งที่ระดับสัญญาบัตรมาเอง หากทำเป็นกระบวนการก็จะพ่วงด้วย เผยแพร่สื่อลามก อนาจาร ในที่สาธารณะ ซึ่งเป็นคดีอาญา ยอมความไม่ได้ ในส่วนที่ผมจะให้ทำความเข้าใจให้ดีคือ บทความข้างล่างนี้ รวมไปถึงข้อกฏห ม า ย จะเน้นเสมอว่า ผู้เข้าค้นในที่ที่รโหฐาน (ห้องอันเป็นส่วนตัวของเรา) และที่สาธารณะ (ส่วนที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้ภายในร้าน) นั้น ต้องเป็นพนักงานฝ่ายปกครอง หรือ เจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น ส่วนพวกยัดไฟล์ อ้างตัวมาจากบริษัทต่างๆ ไม่สามารถตรวจค้นทรัพย์สินเราได้ (เครื่องคอมพิวเตอร์เราซื้อก็ต้องเป็นของเราซิ) ขอให้ทำความเข้าใจด้วยน่ะครับ (ความรู้น้อยนิด แต่อยากช่วยด้วยใจ)

 ##################################################################################

ขณะนี้เรื่องค้นกำลังมีปัญหาถกเถียงกันมากในหมู่นักกฎห ม า ยไทย ทั้งนี้เพราะรัฐธรรมนูญใหม่ คือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช  2540  ได้บัญญัติเปลี่ยนแปลงหลักการเดิมของผู้มีอำนาจออกห ม า ยค้น ซึ่งประมวลกฎห ม า ยวิธพิจารณาอาญา มาตรา 58 (3) บัญญัติ ให้เป็นอำนาจของศาลหรือพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ มาเป็นอำนาจของศาลแต่ผู้เดียว ตามรัฐธรรมนูญใหม่ มาตรา 238 

แม้ในขณะที่เขียนบทความนี้ประมวลกฎห ม า ยวิธีพิจารณามาตรา 58 (3)  ซึ่งบัญญัติให้อำนาจพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่เป็นผู้มีอำนาจออกห ม า ยค้นได้ด้วย ยังคงบัญญัติอยู่ แต่บทบัญญัตินี้คงใช้บังคับไม่ได้อีกต่อไป เพราะเป็นบทบัญญัติที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญใหม่ ทั้งนี้ตามรัฐธรรมนูญใหม่ มาตรา  6 ซึ่งบัญญัติว่า "รัฐธรรมนูญเป็นกฎห ม า ยสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎห ม า ย กฎ หรือข้อบังคับ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ บทบัญญัตินั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้"

เดิมที่กฎห ม า ยให้อำนาจพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ออกห ม า ยค้นได้ด้วยนั้น การปฏิบัติงานในการจับกุมปราบปรามผู้กระทำความผิดกฎห ม า ยของพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจคงจะสะดวกและคล่องตัวกว่าในปัจจุบันอยู่พอสมควร เพราะการขอให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ออกห ม า ยค้นให้ย่อมจะกระทำได้รวดเร็วกว่า  ทั้งถ้าหากพนักงานฝ่ายปกครอง   หรือ  ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ไปทำการค้นด้วยตนเอง หากเป็นกรณีที่อาจออกห ม า ยค้นได้ หรือค้นได้ตามประมวลกฎห ม า ย  วิธีพิจารณาความอาญา แล้ว  พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่นั้นก็สามารถทำการค้นได้โดยไม่ต้องมีห ม า ยค้น  ตามประมวลกฎห ม า ย   วิธีพิจารณาความอาญามาตรา 92 วรรคท้าย แต่เมื่อเปรียบเทียบกับสิทธิและเสรีภาพของประชาชนที่รัฐธรรมนูญใหม่ต้องการจะคุ้มครองอย่างแท้จริงแล้ว หลักการที่ให้ศาลแต่ผู้เดียวเป็นผู้มีอำนาจออกห ม า ยค้นนับว่าเป็นสิ่งจำเป็น ทั้งยังสอดคล้องกับหลักการของนานาอารยประเทศอีกด้วย

ส่วนความไม่สะดวก  และความไม่คล่องตัวในทางปฏิบัตินั้นน่าจะแก้ไขได้โดยการประสานงานกันระหว่างผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
             
วัตถุประสงค์ของการค้น การค้นมีวัตถุประสงค์ 2 ประการ คือ
1. ค้นเพื่อหาคน  เช่น  ค้นหาคนร้ายเพื่อจับกุมหรือค้นหาคนที่ถูกกักขังไว้โดยไม่ชอบด้วยกฎห ม า ยเพื่อช่วยเหลือ
2. ค้นเพื่อหาสิ่งของ ค้นหาสิ่งของที่มีไว้เป็นความผิด เช่น เฮโรอีน ยาบ้า วัตถุระเบิด หรือค้นหาสิ่งของที่ได้มาจากการกระทำความผิด เช่น ค้นหาเงินที่ได้มาจากการปล้นทรัพย์   ค้นหารถยนต์ที่ได้มาจากการลักทรัพย์  หรือค้นหาสิ่งของที่ได้ใช้ในการกระทำความผิด เช่น ค้นหาปืนที่ใช้ฆ่าคน หรือค้นหาสิ่งของที่มีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด เช่น ค้นหากุญแจผีที่เตรียมไว้ไขตู้เซฟเพื่อลักทรัพย์ในตู้เซฟนั้น หรือค้นเพื่อหาสิ่งของที่เป็นพยานหลักฐานในคดี
               
การค้นเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวข้างต้นจึงอาจเป็นการค้นบุคคลหรือค้นสถานที่ก็ได้

การค้นบุคคล รัฐธรรมนูญใหม่ได้บัญญัติคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนไว้ในมาตรา  31 ว่า  "บุคคลย่อมมีสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย

การทรมาน ทารุณกรรม หรือการลงโทษด้วยวิธีการโหดร้าย หรือไร้มนุษยธรรมจะกระทำมิได้ แต่การลงโทษประหารชีวิตตามที่กฎห ม า ยบัญญัติ ไม่ถือว่าเป็นการลงโทษด้วยวิธีการโหดร้ายหรือไร้มนุษยธรรมตามความในวรรคนี้การจับ คุมขัง ตรวจค้นตัวบุคคล หรือการกระทำใดอันกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพตามวรรคหนึ่ง จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎห ม า ย"

กฎห ม า ยที่ให้อำนาจค้นบุคคลได้ในขณะนี้ก็คือ ประมวลกฎห ม า ยวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 93 ซึ่งบัญญัติว่า "ห้ามมิให้ทำการค้นบุคคลใดในสาธารณสถาน เว้นแต่พนักงานฝ่ายปกครอง   หรือตำรวจเป็นผู้ค้นในเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลนั้นมีสิ่งของใน ความครอบครองเพื่อใช้ในการกระทำความผิดหรือซึ่งได้มาโดยการกระทำความผิด หรือซึ่งมีไว้เป็นความผิด" พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจผู้มีอำนาจค้นบุคคลในที่สาธารณสถานตามมาตรา 93  ประมวลกฎห ม า ยวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (16)  ให้ห ม า ยถึง  เจ้าพนักงานซึ่งกฎห ม า ยให้มีอำนาจหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน  ให้รวมถึงพัสดี  เจ้าพนักงานกรมสรรพสามิต  กรมศุลกากร  กรมเจ้าท่า  พนักงานตรวจคนเข้าเมือง  และเจ้าพนักงานอื่น ๆ ในเมื่อทำการอันเกี่ยวกับการจับกุมหรือปราบปรามผู้กระทำผิดกฎห ม า ย ซึ่งตนมีหน้าที่ต้องจับกุมหรือปราบปราม

การค้นบุคคลในที่สาธารณสถานตามปกติจะทำไม่ได้เลย เว้นแต่จะมีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลนั้นมีสิ่งของในครอบครอง เพื่อใช้ในการกระทำความผิด หรือซึ่งได้มาโดยการกระทำความผิดหรือซึ่งมีไว้เป็นความผิดและผู้มีอำนาจค้นจะต้องเป็นพนักงานปกครองหรือตำรวจ  เช่น  ตำรวจติดตามคนร้ายปล้นทรัพย์ข้ามท้องที่มาเห็นจำเลยกับพวกยืนซุบซิบกันที่หลังสถานีรถไฟ  จึงร่วมกับตำรวจท้องที่ทำการตรวจค้น  เพราะสงสัยว่าจะมีอาวุธปืนและของผิดกฎห ม า ยย่อมค้นได้(คำพิพากษาฎีกาที่ 1082/2507)

ถ้าหากไม่มีเหตุอันควรสงสัยตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 93 กฎห ม า ยห้ามเด็ดขาดไม่ให้ค้นบุคคลในที่สาธารณสถานจึงไม่มีกรณีที่จะต้องออกห ม า ยค้นบุคคลในที่สาธารณสถาน ซึ่งต่างกับการค้นทีรโหฐานที่กฎห ม า ยบังคับให้ต้องมีห ม า ยค้น เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้น

การค้นสถานที่ การค้นสถานที่อาจจะเป็นการค้นที่สาธารณสถานหรือที่รโหฐานก็ได้  การค้นที่สาธารณสถาน  กฎห ม า ยไม่ได้บังคับให้ต้องมีห ม า ยค้น พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจจึงมีอำนาจค้นได้โดยไม่ต้องมีห ม า ยค้น
               สถานที่บนขบวนรถไฟโดยสารไม่ใช่ที่รโหฐานแต่เป็นที่สาธารณสถาน  เจ้าพนักงานสรรพสามิตค้นจับฝิ่นในที่ดังกล่าวได้  โดยไม่ต้องมีห ม า ยค้น และไม่จำเป็นต้องค้นในเวลากลางวันหรือแสดงความบริสุทธิ์ก่อน (คำพิพากษาฎีกาที่ 2024/2497)
               การค้นที่รโหฐาน รัฐธรรมนูญใหม่ มาตรา 35 บัญญัติว่า "บุคคลย่อมมีเสรีภาพในเคหสถาน บุคคลย่อมได้รับความคุ้มครอง    ในการที่จะอยู่อาศัยและครอบครองเคหสถานโดยปกติสุข การเข้าไปในเคหสถานโดยปราศจากความยินยอมของผู้ครอบครอง หรือการตรวจค้นเคหสถานจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎห ม า ย"

               และมาตรา 238 บัญญัติว่า "ในคดีอาญา การค้นในที่รโหฐานจะกระทำมิได้ เว้นแต่จะมีคำสั่งหรือห ม า ยของศาล  หรือมีเหตุให้ค้นได้โดยไม่ต้องมีคำสั่งหรือห ม า ยของศาล ทั้งนี้ตามกฎห ม า ยบัญญัติ" 

               รัฐธรรมนูญใหม่ในส่วนที่เกี่ยวกับการค้นนี้ไม่มีบทเฉพาะการ จึงมีผลใช้บังคับทันทีที่รัฐธรรมนูญใหม่มีผลบังคับใช้
               หลักในรัฐธรรมนูญใหม่เกี่ยวกับการค้นที่รโหฐานก็คือ  การค้นที่รโหฐานจะกระทำได้ต่อเมื่อมีคำสั่งหรือห ม า ยของศาล  เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นตามที่กฎห ม า ยบัญญัติ
                คำว่า "ที่รโหฐาน" ตามประมวลกฎห ม า ยวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(13) ห ม า ยความถึงที่ต่างๆ ซึ่งไม่ใช่ที่สาธารณสถานดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎห ม า ยอาญา
                ส่วนคำว่า "ที่สาธารณสถาน" ตามประมวลกฎห ม า ยอาญา มาตรา 1(3)  ห ม า ยความถึง  สถานที่ใด ๆ ที่ประชาชนมีความชอบธรรมที่จะเข้าไปได้
                ที่รโหฐานจึงห ม า ยความถึง สถานที่ใด ๆ ที่ประชาชนไม่มีความชอบธรรมที่จะเข้าไปได้
                มีปัญหาว่า รถยนต์ที่แล่นหรือจอดอยู่ในที่สาธารณสถานเป็นที่รโหฐานหรือไม่

                ปัญหานี้นักกฎห ม า ยบางท่านเห็นว่ารถยนต์ เป็นที่รโหฐาน การค้นรถยนต์จะต้องมีคำสั่งหรือห ม า ยของศาล ส่วนผู้เขียนเห็นว่ารถยนต์ไม่ใช่ที่รโหฐาน   พนักงานฝ่ายปกครอง  หรือตำรวจเมื่อมีเหตุสงสัยตามสมควรว่าในรถยนต์นั้น   มีสิ่งของผิดกฎห ม า ยย่อมมีอำนาจค้นรถยนต์นั้นได้ตามประมวลกฎห ม า ยวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 93 โดยถือว่าเป็นการค้นบุคคลที่ครอบครองรถยนต์นั้นในที่สาธารณสถาน

                การค้นรถยนต์ในที่สาธารณสถานคงไม่แตกต่างอะไรกับการค้นกระเป๋าใส่เอกสาร หรือกระเป๋าใส่เสื้อผ้า หากแปลว่ารถยนต์เป็นที่รโหฐาน ต้องไปขอห ม า ยค้นจากศาลมาก่อน   จึงจะค้นได้ คนร้ายก็คงจะเต็มบ้านเต็มเมือง   เพราะกว่าจะขอห ม า ยค้นมาจากศาลได้รถยนต์คงแล่นไปไกลเกินกว่าจะตามไปตรวจค้นได้ทัน ครั้นจะกักรถยนต์ไว้รอห ม า ยค้นของศาล ประชาชนผู้บริสุทธิ์ก็จะเดือดร้อน ถ้า แปลว่ารถยนต์ไม่ใช่ที่รโหฐาน พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจมีความสงสัยว่าจะมีของผิดกฎห ม า ยอยู่ในรถยนต์ ก็ค้นได้ทันที ค้นไม่พบของผิดกฎห ม า ย รถยนต์นั้นก็สามารถแล่นไปไหนมาไหนได้โดยไม่ต้องเสียเวลารอห ม า ยค้นจากศาล
               การที่รัฐธรรมนูญใหม่ให้ศาลเป็นผู้ออกห ม า ยค้นแต่ผู้เดียวเป็นเรื่องใหม่  วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการขอและออกห ม า ยค้นอาจจะมีข้อแตกต่างกันบ้าง แต่หลักใหญ่คงจะเหมือนกัน กล่าวคือ               
              1. สถานที่ที่จะค้นอยู่ในเขตอำนาจของศาลใดจะต้องยื่นคำขอออกห ม า ยศาลค้นต่อศาลนั้น เช่น สถานที่จะค้นอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ฝั่งธนบุรี ถ้าเป็นคดีที่มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3  ปี หรือปรับไม่เกิน  60,000  บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจของศาลแขวงธนบุรี ก็ต้องยื่นคำขอออกห ม า ยค้นที่ศาลแขวงธนบุรีถ้าเป็นคดีที่มีอัตราโทษจำคุกเกินกว่า 3  ปี  หรือปรับเกินกว่า  60,000   บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจของศาลอาญาธนบุรี ก็ต้องยื่นต่อศาลอาญาธนบุรี  อย่างไรก็ดี เนื่องจากศาลอาญามีอำนาจนอกเขตศาลอาญาตามปกติอยู่ด้วยตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 14 (5)  ฉะนั้นไม่ว่าสถานที่ที่จะค้นตั้งอยู่ที่ใด   หากผู้ขอห ม า ยค้นมี ความจำเป็นเร่งด่วนไม่อาจไปขอห ม า ยค้นจากศาลที่มีเขตอำนาจได้ทัน ศาลอาญาก็มีอำนาจออกห ม า ยค้นให้ได้
               2. การขอห ม า ยค้นต้องยื่นเป็นคำร้องทำนองเดียวกับคำร้องขอฝากขัง โดยทางศาลได้วางระเบียบให้ผู้ยื่นต้องเป็นนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรขึ้นไป หรือถ้าเป็นเจ้าพนักงานอื่นก็ต้องเป็นข้าราชการตั้งแต่ระดับ  3  ขึ้นไป  และต้องแต่งเครื่องแบบ โดยยื่นได้ตลอด  24  ชั่วโมง ตามความจำเป็นและเมื่อมีเหตุออกห ม า ยค้นตามประมวลกฎห ม า ยวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 69
               3. ห ม า ยค้นเป็นห ม า ยอาญาอย่างหนึ่ง การออกห ม า ยค้นศาลต้องปฏิบัติตามประมวลกฎห ม า ยวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 59 โดยศาลต้องสอบให้ปรากฏเหตุผลสมควรที่จะออกห ม า ยค้นเสียก่อนเหตุผลนี้จะได้มาจากคำแจ้งความโดยสาบานตัว หรือพฤติการณ์อย่างอื่นก็ได้ มาตรา 60 (4) (ค) ในห ม า ยค้นต้องระบุสถานที่จะค้น กำหนดวันเวลาที่จะทำการค้น และชื่อกับตำแหน่งของเจ้าพนักงานผู้จะทำการค้นนั้น แล้วลงลายมือชื่อและประทับตราของศาลตามมาตรา 60 (6)  โดยผู้พิพากษาคนใดคนหนึ่งก็ออกห ม า ยค้นได้ตามพระธรรมนูญยุติธรรม มาตรา 21 (1)
               4. ห ม า ยค้นซึ่งออกเพื่อพบและจับบุคคล จะต้องมีห ม า ยจับบุคคลนั้นด้วย เจ้าพนักงานซึ่งจะจัดการตามห ม า ยค้นต้องมีทั้งห ม า ยค้นและห ม า ยจับตามประมวลกฎห ม า ยวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 70
               5. การค้นในที่รโหฐานตามประมวลกฎห ม า ยวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 96 ให้กระทำการค้นในเวลากลางวัน เว้นแต่
                         1. เมื่อลงมือค้นตั้งแต่เวลากลางวัน ถ้ายังค้นไม่เสร็จ จะค้นต่อไปในเวลากลางคืนก็ได้
                          2. ในกรณีฉุกเฉินอย่างยิ่งหรือมีกฎห ม า ยอื่นบัญญัติให้ค้นได้เป็นพิเศษ จะทำการค้นในเวลากลางคืนก็ได้
                          3. การค้นเพื่อจับผู้ดุร้ายหรือผู้ร้ายสำคัญจะกระทำในเวลากลางคืนได้             
               ฉะนั้นการขอให้ศาลออกห ม า ยค้นตามปกติควรขอค้นในเวลากลางวัน เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 96(2)  และ (3)  และเมื่อศาลออกห ม า ยค้นให้ค้นได้ในเวลากลางคืนแล้ว  ผู้เขียนเห็นว่าผู้ทำการค้นไม่ต้องไปขออนุญาตพิเศษจากอธิบดี  กรมตำรวจหรือผู้ว่าราชการจังหวัดตามมาตรา 96 (3) อีก
               6. เจ้าพนักงานผู้ค้นต้องบันทึกรายละเอียดแห่งการค้น และสิ่งของที่ค้นได้นั้นต้องมีบัญชีรายละเอียดไว้ แล้วส่งบันทึกการค้นและบัญชีสิ่งของนั้นไปยังศาลตามประมวลกฎห ม า ยวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 103  และ 104   เพื่อศาลจะได้รวมไว้ในสำนวนห ม า ยค้นต่อไป

               ข้อยกเว้นให้ค้นที่รโหฐานได้โดยไม่ต้องมีคำสั่งหรือห ม า ยของศาล ซึ่งรัฐธรรมนูญใหม่ มาตรา 238 บัญญัติว่า มีเหตุให้ค้นได้โดยไม่ต้องมีคำสั่งหรือห ม า ยของศาล ทั้งนี้ตามที่กฎห ม า ยบัญญัตินั้น แยกได้เป็น 2 กรณี คือ
                      1. ข้อยกเว้นตามประมวลกฎห ม า ยวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 92
                      2. ข้อยกเว้นตามกฎห ม า ยอื่น ๆ

               1. ข้อยกเว้นตามประมวลกฎห ม า ยวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 92 ซึ่งบัญญัติว่า "ห้ามมิให้ค้นที่รโหฐาน โดย
ไม่มีห ม า ยค้น เว้นแต่พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจเป็นผู้ค้น และในกรณีต่อไปนี้

                         1. เมื่อมีเสียงร้องให้ช่วยจากข้างในที่รโหฐาน
                         2. เมื่อปรากฏความผิดซึ่งหน้ากำลังกระทำลงในที่รโหฐาน
                         3. เมื่อบุคคลที่ได้กระทำความผิดซึ่งหน้า ขณะที่ถูกไล่จับหนีเข้าไปหรือมีเหตุอันแน่นแฟ้นควรสงสัยว่าได้ซุกซ่อนตัวอยู่ในที่รโหฐานนั้น
                         4. เมื่อมีความสงสัยตามสมควรว่าสิ่งของที่ได้มาโดยการกระทำผิดได้ซ่อนอยู่ในนั้น   ประกอบทั้งต้องมีเหตุอันควรเชื่อว่าเนื่องจากการ เนิ่นช้ากว่าจะเอาห ม า ยค้นมาได้ สิ่งของนั้นจะถูกโยกย้ายเสียก่อน
                         5. เมื่อที่รโหฐานนั้นผู้จะต้องถูกจับเป็นเจ้าบ้านและการจับนั้นมีห ม า ยจับ หรือจับตามมาตรา 78
                    เมื่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ค้นด้วยตนเองไม่ต้องมีห ม า ยค้นก็ได้ แต่ต้องเป็นกรณีที่อาจออกห ม า ยค้นหรือค้นได้ตามประมวลกฎห ม า ยนี้"
                    ข้อยกเว้นให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจค้นที่รโหฐานได้โดยไม่ต้องมีคำสั่ง  หรือห ม า ยของศาลตามประมวลกฎห ม า ยวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 92 นี้ ผู้เขียนเห็นว่าคงจะใช้ได้เฉพาะ (1) ถึง (5) เท่านั้น เพราะมีเหตุให้ค้นได้โดยไม่ต้องมีคำสั่งหรือห ม า ยของศาลตามรัฐธรรมนูญใหม่ มาตรา 238
                    ส่วนข้อยกเว้นในประมวลกฎห ม า ยวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 92 วรรคสอง ที่ให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ค้นด้วยตนเองโดยไม่ต้องมีห ม า ยค้นนั้น น่าจะใช้ไม่ได้ เพราะที่วรรคสองของมาตรา 92 ให้อำนาจไว้ก็เพราะพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่เป็นผู้มีอำนาจออกห ม า ยค้นได้เอง  เมื่อรัฐธรรมนูญใหม่ไม่ได้ให้อำนาจพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ออกห ม า ยค้นได้เองอีกแล้ว อำนาจค้นโดยไม่ต้องมีห ม า ยค้นของพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ตามวรรคสอง ของมาตรา 92 ก็ย่อมหมดไปด้วย
               2. ข้อยกเว้นตามกฎห ม า ยอื่น ๆ กฎห ม า ยอื่นที่บัญญัติยกเว้นให้เจ้าพนักงานอื่นค้นที่รโหฐานได้โดยไม่ต้องมีห ม า ยค้นมีอยู่มากมาย  เช่น พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับ 12) พ.ศ. 2497   มาตรา 12  ซึ่งบัญญัติว่า  "เมื่อเห็นเป็นการสมควรกำหนดเขตท้องที่ใดเป็นเขตควบคุมศุลกากรให้ประกาศพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตท้องที่นั้นเป็นเขตควบคุมศุลกากรภายในเขตควบคุมศุลกากรให้บรรดาโรงเรือน หรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอื่นตกอยู่ในอำนาจการตรวจค้นของพนักงานศุลกากรตลอดไปไม่ว่าในเวลากลางวันหรือกลางคืน โดยไม่ต้องมี ห ม า ยค้น แต่ในการใช้อำนาจดังกล่าวแต่ละคราว พนักงานศุลกากรต้องแสดงว่าตนมีเหตุอันสมควรที่จะใช้อำนาจนั้น และต้องแสดงบัตร ประจำตัวว่าเป็นพนักงานศุลกากรด้วย…"
               กล่าวโดยสรุปก็คือเมื่อมีกฎห ม า ยอื่น ๆ ให้อำนาจแก่เจ้าพนักงานใดค้นที่รโหฐานได้โดยไม่ต้องมีห ม า ยค้น เจ้าพนักงานนั้น ย่อมมีอำนาจค้นในที่รโหฐานได้โดยไม่ต้องมีคำสั่งหรือห ม า ยค้นของศาล
               คำพิพากษาฎีกาที่ 825/2534 เจ้าพนักงานสรรพสามิตมีอำนาจเข้าไปตรวจค้นในสถานที่ของผู้ได้รับอนุญาตให้ขายสุราในเวลาทำการได้ตามพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ.2493 มาตรา 28 โดยไม่ต้องมีห ม า ยค้น
               เนื่องจากขณะนี้ยังมิได้มีการแก้ไขกฎห ม า ยเกี่ยวกับเรื่องค้นให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญใหม่ บทบัญญัติของกฎห ม า ยต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องค้นที่ปฏิบัติกันอยู่เป็นบทบัญญัติของกฎห ม า ยที่มีอยู่แล้วทั้งสิ้น  เมื่อได้มีการแก้ไขกฎห ม า ยเกี่ยวกับเรื่องค้นให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญใหม่เมื่อใดผู้เขียนเชื่อว่าวิธีปฏิบัติของศาลในการออกห ม า ยค้นก็ดี  วิธีปฏิบัติของเจ้าพนักงานต่าง ๆ ในการขอห ม า ยค้นตลอดจนวิธีการค้นก็ดี คงจะคล่องตัวมากขึ้น และปัญหาต่าง ๆ ที่มีอยู่คงจะหมดไปแน่นอน


แหล่งข้อมูล
บันทึกการเข้า


สถานที่ท่องเที่ยว
เมียหลวง
สมาชิกร้านเกม
**

คะแนนนิยม +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 75


« ตอบ #1 เมื่อ: 25 กันยายน, 2009, 11:03:07 AM »

ในร้านเกมขณะเปิดเป็นที่สาธารณสถานค้นได้ไม่มีหมาย   แต่บริเวณโต๊ะเคาร์เตอร์เก็บเงินลิ้นชักที่เก็บเงินค้นไม่ได้ต้องมีหมายในส่วนเคาร์เตอร์เป็นที่รโหฐานจะค้นต้องเอาหมายมาเท่านั้น  ถ้าฝ่าฝืนถือว่าบุกรุกถ้าเวลากลางคืนบุกรุกเวลากลางคืน  ถ้ามีตำรวจร่วมพกอาวุธปืน  ต้องบุกรุกเวลากลางคืนโดยมีอาวุธ >
บันทึกการเข้า
สถานที่ท่องเที่ยว
เมียหลวง
สมาชิกร้านเกม
**

คะแนนนิยม +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 75


« ตอบ #2 เมื่อ: 25 กันยายน, 2009, 11:23:15 AM »

 อยากให้เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกรียติทุกท่านเข้าไปอ่าน เวปของ   สอบสวน 599    ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพนักงานสอบสวนได้มีปัญหา   และข้อกฏหมายที่หน้าสนใจและเกี่ยวกับพวกเรา  :  ถ้าสมัครเป็นสมาชิกแล้วมีสิทธิ์ที่จะสอบถามได้ด้วย    เชื่อว่าตำรวจที่ดีก็มีมากเหมือนกัน  เมียหลวงก็สมัครเป็นสมาชิกด้วยเหมือนกัน
บันทึกการเข้า
สถานที่ท่องเที่ยว
(O_o) นอทซ่าาO™
ความสำเร็จที่จุดสูงสุด เริ่มจากก้าวแรกเสมอ
ผู้มีบารมีนอกร้านเกม
เจ้าของร้านเกม
*****

คะแนนนิยม +301/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 481



เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 25 กันยายน, 2009, 11:33:28 AM »

ในร้านเกมขณะเปิดเป็นที่สาธารณสถานค้นได้ไม่มีหมาย   แต่บริเวณโต๊ะเคาร์เตอร์เก็บเงินลิ้นชักที่เก็บเงินค้นไม่ได้ต้องมีหมายในส่วนเคาร์เตอร์เป็นที่รโหฐานจะค้นต้องเอาหมายมาเท่านั้น  ถ้าฝ่าฝืนถือว่าบุกรุกถ้าเวลากลางคืนบุกรุกเวลากลางคืน  ถ้ามีตำรวจร่วมพกอาวุธปืน  ต้องบุกรุกเวลากลางคืนโดยมีอาวุธ >

อันนี้ไม่ใช่ครับ ร้านเกมขณะเปิดไม่ใช่ที่สาธารณะ เนื่องจากผมเปิดให้เฉพาะ สมาชิกที่เสียเงินเข้าใช้บริการเท่านั้น จึงเป็นที่รโหฐาน

กรณีเดียวกับห้างสรรพสินค้า ตำรวจสามารถตรวจห้างสรรพสินค้าได้ เพราะเป็นที่สาธารณะ แต่ไม่สามารถค้นโรงหนังใน ห้างสรรพสินค้าได้ เนื่องจากต้องเสียเงินค่าบริการถึงจะเ้ข้าไปใช้บริการได้ ไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะเข้าไป เพราะฉะนั้น โรงหนังจึงเป็นที่รโหฐาน เฉกเช่นเดียวกับร้านเกมนั่นแล

ส่วนเว็บไซต์ที่แนะนำ ก็เป็นที่สิงสถิตของกรรมการหลาย ๆ คนเหมือนกันครับ ขอบคุณมากที่แนะนำ
บันทึกการเข้า

สถานที่ท่องเที่ยว
อัพ2ยู
กรรมการชมรม
เด็กเฝ้าร้านเกม
****

คะแนนนิยม +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 155



เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 25 กันยายน, 2009, 03:02:12 PM »

 
บันทึกการเข้า

สถานที่ท่องเที่ยว
มร.ป้อม ๕๕๕+
ขอบคุณทุกอุปสรรคที่ทำให้เราเข้มแข็ง
เจ้าของร้านเกม
****

คะแนนนิยม +1/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 320

มร.ป้อม๕๕๕+


« ตอบ #5 เมื่อ: 25 กันยายน, 2009, 06:59:12 PM »

จากการที่ผมได้ศึกษาข้อมูลมา ร้านเกมทั่วๆไป จัดเป็นสถานที่สาธารณะครับ
เเต่หากเมื่อใดเราจัดทำเป็นระบบสมาชิก ก็จะกลายเป็นสถานที่ส่วนบุคคลทันที
ฉะนั้น ควรติดประกาศไว้ให้ชัดเจนว่า "ร้านนี้ ให้บริการเฉพาะสมาชิกเท่านั้น หากต้องการใช้บริการ กรุณาติดต่อผู้ดูเเลร้าน"
เเล้วจัดทำระบบสมาชิก หมายถึง ให้ทุกคนมี Username เเละ Password เป็นของตัวเอง
เพียงเท่านี้ ร้านของเรา ก็จะเป็นสถานที่ส่วนบุคคลเเล้วเเหละครับ 
บันทึกการเข้า

หนึ่ง คุณธรรม
สอง ดวง
สาม ฮวงจุ้ย
สถานที่ท่องเที่ยว
︷ คุง ชาย นัทซ่าส์ ︷
เกาะยอโฮมสเตย์
เพชรในตม
เจ้าพ่อร้านเกม
*****

คะแนนนิยม +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1020


สุขใดไม่เท่า ล้วงกระเป๋าแล้วเจอตัง


เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 26 กันยายน, 2009, 02:07:33 AM »

จากการที่ผมได้ศึกษาข้อมูลมา ร้านเกมทั่วๆไป จัดเป็นสถานที่สาธารณะครับ
เเต่หากเมื่อใดเราจัดทำเป็นระบบสมาชิก ก็จะกลายเป็นสถานที่ส่วนบุคคลทันที
ฉะนั้น ควรติดประกาศไว้ให้ชัดเจนว่า "ร้านนี้ ให้บริการเฉพาะสมาชิกเท่านั้น หากต้องการใช้บริการ กรุณาติดต่อผู้ดูเเลร้าน"
เเล้วจัดทำระบบสมาชิก หมายถึง ให้ทุกคนมี Username เเละ Password เป็นของตัวเอง
เพียงเท่านี้ ร้านของเรา ก็จะเป็นสถานที่ส่วนบุคคลเเล้วเเหละครับ 

ขอบคุณคับคุงป้อม  เดวไปติดป้ายโลด
บันทึกการเข้า

สถานที่ท่องเที่ยว
ggggg
เจ้าของร้านเกม
****

คะแนนนิยม +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 283



« ตอบ #7 เมื่อ: 05 ตุลาคม, 2009, 11:42:16 AM »

เข้ามาอ่านไว้กันลืม
บันทึกการเข้า
สถานที่ท่องเที่ยว
คุณชาย~กลาง
ลูกค้าร้านเกม
*

คะแนนนิยม +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 30


« ตอบ #8 เมื่อ: 26 ตุลาคม, 2009, 10:19:03 PM »

ในร้านเกมขณะเปิดเป็นที่สาธารณสถานค้นได้ไม่มีหมาย   แต่บริเวณโต๊ะเคาร์เตอร์เก็บเงินลิ้นชักที่เก็บเงินค้นไม่ได้ต้องมีหมายในส่วนเคาร์เตอร์เป็นที่รโหฐานจะค้นต้องเอาหมายมาเท่านั้น  ถ้าฝ่าฝืนถือว่าบุกรุกถ้าเวลากลางคืนบุกรุกเวลากลางคืน  ถ้ามีตำรวจร่วมพกอาวุธปืน  ต้องบุกรุกเวลากลางคืนโดยมีอาวุธ >

อันนี้ไม่ใช่ครับ ร้านเกมขณะเปิดไม่ใช่ที่สาธารณะ เนื่องจากผมเปิดให้เฉพาะ สมาชิกที่เสียเงินเข้าใช้บริการเท่านั้น จึงเป็นที่รโหฐาน

กรณีเดียวกับห้างสรรพสินค้า ตำรวจสามารถตรวจห้างสรรพสินค้าได้ เพราะเป็นที่สาธารณะ แต่ไม่สามารถค้นโรงหนังใน ห้างสรรพสินค้าได้ เนื่องจากต้องเสียเงินค่าบริการถึงจะเ้ข้าไปใช้บริการได้ ไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะเข้าไป เพราะฉะนั้น โรงหนังจึงเป็นที่รโหฐาน เฉกเช่นเดียวกับร้านเกมนั่นแล

ส่วนเว็บไซต์ที่แนะนำ ก็เป็นที่สิงสถิตของกรรมการหลาย ๆ คนเหมือนกันครับ ขอบคุณมากที่แนะนำ

ผมมีความเห็นแย้งนะครับ หากจะเปรียบเที่ยบร้านเกม เหมือนกับโรงภาพยนตร์ เพราะเท่าที่ผมเห็นร้านเกมทั่วๆไปไม่ได้มีการจัดสถานที่เหมือนกับโรงภาพยนตร์   กล่าวคือโรงภาพยนตร์จะแบ่งสถานที่ออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ คือ ๑.ส่วนห้องโถงกลาง  ๒.ส่วนจำหน่ายตั๋ว ๓.ส่วนสำหรับฉายภาพยนตร์ ซึ่งส่วนที่ ๑.นั้นมีลักษณะเชิญชวนให้บุคคลทั่วไปเข้ามาดูตัวอย่างหนัง   แต่ในส่วนที่ ๒. นั้นหวงกันไว้สำหรับพนักงาน ส่วนที่๓.นั้นหวงกันไว้สำหรับผู้ที่ซื้อบัตรเพื่อเข้าชมภาพยนตร์เท่านั้น  ดังนั้น โรงภาพยนตร์ในส่วนที่ ๑ จึงเป็นที่สาธารณสถาน และในส่วนที่ ๒ และ ๓ เป็นที่รโหฐาน

ส่วนร้านเกมโดยทั่วๆไป จะไม่มีส่วนแยกอย่างชัดเจนเหมือนกับโรงภาพยนตร์ กล่าวคือ บุคคลทั่วๆไปสามารถเดินเข้ามาในร้านได้ สามารถเข้ามาดูกิจกรรมต่างๆภายในร้านได้ ซึ่งก็มีลักษณะเชิญชวนให้เข้ามาใช้บริการจึงเป็นที่สาธารณสถาน แต่ในส่วนที่หวงกันไว้ เช่น เคาท์เตอร์ ส่วนพักอาศัย นั้นเป็นที่รโหฐาน

แต่หากต้องการจะจัดให้ร้านเป็นที่รโหฐาน ก็คงจะต้องแบ่งส่วนสำหรับการติดต่อ ส่วนสำหรับการให้บริการที่ชัดเจน โดยใช้หลักการคล้ายๆกับโรงภาพยนตร์

เป็นความคิดเห็นนะครับ ฉะนั้นย่อมมีความแตกต่างกันได้
บันทึกการเข้า
สถานที่ท่องเที่ยว
(O_o) นอทซ่าาO™
ความสำเร็จที่จุดสูงสุด เริ่มจากก้าวแรกเสมอ
ผู้มีบารมีนอกร้านเกม
เจ้าของร้านเกม
*****

คะแนนนิยม +301/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 481



เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: 26 ตุลาคม, 2009, 10:26:05 PM »

เรื่องนี้มันอยู่ที่เราละครับ ถ้าเราทำถูกและยืนกรานไม่ให้ค้นมันก็ไม่กล้าเข้าหรอกครับ ตำรวจก็กลัวคนรู้กฏหมายเหมือนกัน อย่างร้านผม ตำรวจมาแค่หน้าร้านครับ ตั้งแต่เปิดร้านมา เพราะเราไม่ยอม และเพราะเราทำถูก

ฝากไว้เรื่องเดียวครับ ทำให้ถูกต้อง แล้วจะไม่มีใครกล้าแตะคุณ
บันทึกการเข้า

สถานที่ท่องเที่ยว
คุณชาย~กลาง
ลูกค้าร้านเกม
*

คะแนนนิยม +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 30


« ตอบ #10 เมื่อ: 27 ตุลาคม, 2009, 09:43:35 AM »

เรื่องนี้มันอยู่ที่เราละครับ ถ้าเราทำถูกและยืนกรานไม่ให้ค้นมันก็ไม่กล้าเข้าหรอกครับ ตำรวจก็กลัวคนรู้กฏหมายเหมือนกัน อย่างร้านผม ตำรวจมาแค่หน้าร้านครับ ตั้งแต่เปิดร้านมา เพราะเราไม่ยอม และเพราะเราทำถูก

ฝากไว้เรื่องเดียวครับ ทำให้ถูกต้อง แล้วจะไม่มีใครกล้าแตะคุณ

ถูกต้องครับ  เจ้าหน้าที่มักจะอาศัยความไม่รู้กฏหมายของผู้ประกอบการ ฉะนั้นถ้าเราหมั่นศึกษาและทำความเข้าใจก็จะทำให้เราไม่ถูกเอาเปรียบ

รู้จักรุก รู้จักรับ รู้จักถอย รู้เขา รู้เรา  รบกี่ครั้ง ก็ชนะครับ
บันทึกการเข้า
สถานที่ท่องเที่ยว
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

HostGator
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.13 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!