วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2552
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายอานนท์ บุณยะรัตเวช เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และคณะ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาททูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสิทธิบัตรฝนหลวง ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีประราชดำรัสว่า ข้าพเจ้าได้เห็นมานานแล้ว ว่าการทำความก้าวหน้านั้นไม่ใช่ง่ายๆ โดยมากถ้าทำความก้าวหน้าต้องมีคนมีความรู้ มีคนที่มีทุน เราไม่มีทุนอะไร แต่ถ้าทำได้ ตั้งใจทำ เอาความรู้แต่ละคนนำมาใช้
กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย และประชาชนมาร่วมมือกัน ไม่นึกเอาเปรียบกัน อันนี้คือสำคัญที่สุด จะทำให้บ้านเมือง ก้าวหน้าดี พัฒนาขึ้นมาดี โดยเฉพาะระยะนี้บ้านเมืองกำลัง...บ้านเมืองกำลังยุ่ง ไม่รู้จะไปไหน ไปอย่างไร แต่ว่าไปดูที่นั่น บอกได้ว่า บ้านเมืองไม่ยุ่ง เราก็รู้สึกเป็นห่วง ว่าประเทศไทยกำลังจมเพราะว่าต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างแย่งกัน ต่างคนต่างไม่เข้าใจว่าทำอะไร ก็ล่มจมจริงๆ บ้านเมืองล่มจมแน่ อยากให้ทราบทุกฝ่ายว่า ถ้าทำดีบ้านเมืองจะก้าวหน้า บ้านเมืองจะไม่จม บ้านเมืองล่มจมหนักใจมาหลายปี แล้ว แต่มีหวัง ขอขอบใจท่านทั้งหลาย ช่วยกันทำ ช่วยกันปฏิบัติ
นอกจากนี้ ยังมีพระราชดำรัสว่า ขอบใจอีกครั้ง ครั้งนี้ช่วยกันทำแล้วให้ที่นี้ อุดมสมบูรณ์ และหากจัดการได้ดี ก็จะสามารถรักษาความอุดมสมบูรณ์นั้นได้ ด้วยการรวมกำลัง ซึ่งจะช่วยสร้างความอุดมสมบูรณ์พื้นบ้านอย่างมหัศจรรย์
ภายในไม่ถึงเดือน ได้สร้างความมั่นคงโดยมีข้าราชการ ประชาชน และหลายฝ่ายมาช่วยกันทำ โดยที่เป็นความรู้สึกว่ามหัศจรรย์ อย่างนี้ก็ก้าวหน้าไปด้วยดี ซึ่งจะทำได้นาน
การทำงาน การพัฒนา ซึ่งคนไม่ร่วมมือกันก็จะเป็นภัยร้าย แต่ที่มองว่ามหัศจรรย์ เพราะว่าภายในไม่กี่วัน ประชาชน ข้าราชการ ทั้งหลาย ได้ช่วยกันทำ ช่วยกันเป็นอย่างดี
การเกษตรถือเป็นความร่วมมือของคนกำลัง 300 คน ทุกคนมาร่วมมือกันหมด ซึ่งเป็นความร่วมมือกันในด้านวิชาการ ร่วมมือกันในด้านกำลัง ทุกอย่างจะก้าวหน้าไปได้ด้วยดี เดี๋ยวนี้มีการประดิษฐ์วัสดุที่เป็นประโยชน์ขึ้นมา ข้าพเจ้าได้ประโยชน์จากการประดิษฐ์ภายในเวลาอันสั้น ก็มีหวังอย่างยิ่งที่จะให้ความสำเร็จได้พัฒนาที่นั่น โดยมีการ และมีการที่จะช่วยกันหลายฝ่าย ทั้งในด้านการประดิษฐ์ ทั้งในด้านการอาหาร ประโยชน์ของพื้นที่
การคิดที่จะทำงาน ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ และเชื่อว่าที่ดินนี้จะไปได้ดี จะไปในทางที่มีความเจริญ รุ่งเรืองโดยเร็ว
ประชาชนมา 300-400 คน มาช่วยกันทำ ฉะนั้นก็แสดงให้เห็นว่าการพัฒนานั้น พัฒนาไปได้ด้วยดี โดยที่ทุกฝ่ายมีความตั้งใจที่จะมาช่วยกันทำ เราไม่ได้ขอให้มา มาขอเงิน หรือว่าใครเป็นเจ้าภาพ แต่ก็ช่วยกัน โดยที่เราไม่ต้องเสียเงินให้
อยากจะบอกว่า หลักของสิทธิบัตร หลักของการร่วมมือกันเป็นหลักที่ใช้ได้ ใช้การได้ เพราะหากไม่มีสิทธิบัตรก็ไม่ได้ร่วมมือกันเลย แต่นี่ร่วมมือกันได้ ด้วยดี จะให้ง่ายว่า ทุกคนมีความสามัคคีช่วยกันทำ ทุกอย่างก็จะพัฒนาขึ้นมาได้อย่างไม่มีปัญหา
การที่ท่านได้มาในวันนี้ก็ถือว่าเป็นนิมิตที่ดีสำหรับประเทศ เพราะว่าประเทศต้องการการพัฒนา เมื่อได้พัฒนาขั้นสูงแล้ว ขั้นต่อไปก็จะได้ชื่อว่าประเทศนั้นมีความเจริญมาก ความเจริญจะเกิดขึ้นมาด้วยการใช้ทรัพยากรของประเทศที่มีอยู่ แต่ก่อนนี้ ข้าพเจ้าไม่เคยนึกว่าจะทำได้อย่างนี้ แต่นี่ทำได้ เพราะว่าประชาชนไปร่วมมือกัน ข้าราชการ ทุกส่วนได้ร่วมมือกัน ซึ่งมหัศจรรย์จริงๆ
วันนี้ อยากจะบอกกับท่านว่า การที่ท่านทำดีมาก ที่ท่านมาร่วมมือกัน แล้วถ้าไม่มีการถอย ประเทศชาติจะเจริญรุ่งเรือง
สำหรับการดำเนินการจดทะเบียนสิทธิบัตร ฝนหลวง ได้เริ่มขึ้นในปี 2544 โดยกองงานส่วนพระองค์ สำนักพระราชวัง ได้มีหนังสือถึงวช. ให้ดำเนินการจดทะเบียนสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์ โครงการ น้ำมันปาล์ม R.B.D. Palm Olien as Alternative Fuel และโครงการฝนหลวง The Royal Rainmak ing Technics ในต่างประเทศ เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่เนื่องจากโครงการน้ำมันปาล์มได้มีการยื่นจดทะเบียนขอรับสิทธิบัตรใน ประเทศแล้ว เมื่อวันที่ 9 เม.ย. 2545 วช.จึงยื่นขอจดทะเบียนสิทธิบัตรโครงการฝนหลวงทั้งในและ ต่างประเทศเพียงโครงการเดียว ในพระปรมาภิไธย ในชื่อ Weather และเมื่อวานนี้ สำนักสิทธิบัตรของประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป 10 ประเทศ ได้เข้าเฝ้าฯ ถวายสิทธิบัตรกับสิทธิบัตรฝนหลวง ซึ่งออกโดยสำนักสิทธิบัตรเขตบริหารพิเศษฮ่องกง และ ทูลเกล้าฯ ถวายจดห ม า ยเหตุสิทธิบัตรฝนหลวง โดยคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติจัดทำขึ้น ซึ่งรวบรวมการดำเนินการจดสิทธิบัตรฝนหลวง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวถือเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของโลกที่ทรงได้ รับสิทธิบัตร
http://www.posttoday.com/news.php?id=62960