4.สร้างแบ็กอัพเซิร์ฟเวอร์ระดับความยาก : ปานกลาง (3)
อย่างที่เราพร่ำบอกอยู่เสมอว่าการแบ็กอัพนั้นเป็นเรื่องสำคัญ และนี่ถือเป็นงานหลักอันดับต้นๆ ของฝ่ายไอทีในองค์กรใหญ่ๆ แต่กับธุรกิจขนาดเล็ก เรื่องนี้กลับถูกมองข้ามไป ทั้งๆ ที่ข้อมูลในเชิงธุรกิจไม่ว่าจะเป็นของบริษัทขนาดไหน ก็มีความสำคัญทั้งนั้น และแน่นอนว่าถ้าสูญหายไป คุณและธุรกิจของคุณเดือดร้อนแน่
สาเหตุที่ธุรกิจขนาดเล็กมักไม่ใส่ใจกับเรื่องของการแบ็กอัพ หลักๆ น่าจะมาจากความไม่สะดวกในทางปฏิบัติ เพราะอาจต้องให้พนักงานแบ็กอัพกันเอง และส่วนใหญ่แล้ว ทางเลือกที่มีคงหนีไม่พ้นการแบ็กอัพใส่แผ่นออปติคัลดิสก์อย่างซีดีหรือดีวีดี ซึ่งก็จะมีปัญหาในเรื่องของการจัดเก็บให้เป็นระบบระเบียบตามมา จึงน่าจะเป็นการดีกว่า ถ้าคุณจะนำเครื่องเก่าปลดระวางแล้ว มาสร้างเป็นแบ็กอัพเซิร์ฟเวอร์ เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางของการแบ็กอัพในออฟฟิศ
แบ็กอัพเซิร์ฟเวอร์ไม่ได้ต้องการประสิทธิภาพในการประมวลผลมากนัก เครื่องที่ใช้เพนเทียมทรีและมีหน่วยความจำ 256 เมกะไบต์ก็เพียงพอที่จะรองรับงานของเซิร์ฟเวอร์นี้ได้เล้ว คุณจึงสามารถใช้เครื่องเก่าที่เตรียมโละมาทำแบ็กอัพเซิร์ฟเวอร์ได้อย่างสบาย แต่ที่แบ็กอัพเซิร์ฟเวอร์ต้องการมากก็คือพื้นที่จัดเก็บข้อมูล และนั่นหมายถึงคุณต้องซื้อฮาร์ดดิสก์ขนาดใหญ่มาติดตั้งเพิ่ม และอาจต้องติดตั้งหลายตัว ขึ้นอยู่กับขนาดของงานแบ็กอัพในออฟฟิศคุณ (ถ้าติดตั้งภายในเครื่องแล้วไม่พอ คุณอาจใช้ฮาร์ดดิสก์แบบเอ็กซ์เทอร์นอลที่ต่อผ่านทางยูเอสบีมาเสริมเพื่อเพิ่มความจุได้)
แน่นอนว่าเครื่องเก่าของคุณควรที่จะมีการ์ดเน็ตเวิร์กติดตั้งอยู่แล้ว และก็ต่อเข้ากับเครือข่ายภายในออฟฟิศ งานลำดับต่อไปของคุณก็คือ มองหาโปรแกรมแบ็กอัพที่ให้คุณตั้งตารางเวลาสำหรับแบ็กอัพทั้งแบบฟูลและ incremental (เฉพาะส่วนที่เปลี่ยนแปลง) ผ่านทางแลนได้ ซึ่งก็ไม่ได้เป็นเรื่องยากอะไร เพราะมีวางขายอยู่มากมายหลายตัว แต่ถ้าคุณไม่อยากลงทุนอะไรเพิ่มเติมมากไปกว่านี้ ก็อาจต้องหันไปพึ่งบริการของฟรีแวร์อย่างเช่น Backup Server 6.2 (
http://www.backuptoserver.com/) ซึ่งให้คุณใช้ได้ฟรี แต่ก็แน่นอนว่าคงไม่ดีหรือสะดวกเท่ากับซอฟต์แวร์แบ็กอัพที่คุณต้องจ่ายเงินซื้อ
หลังจากที่แบ็กอัพเซิร์ฟเวอร์ของคุณแบ็กอัพแบบฟูลในครั้งแรกเสร็จสิ้น (ซึ่งมักจะใช้เวลานานมาก) และพร้อมสำหรับการแบ็กอัพตามตารางเวลาที่คุณกำหนดไว้แล้ว คุณสามารถยกเครื่องลงไปวางใต้โต๊ะ หรือวางแอบไว้ที่มุมใดมุมหนึ่ง เพื่อไม่เกะกะพื้นที่ทำงานในออฟฟิศของคุณ และก็ปล่อยให้เครื่องทำงานไป

อย่ารอให้หายนะมาเยือนก่อนจึงคิดถึงเรื่องของการแบ็กอัพ เพราะถึงตอนนั้นก็สายไปเสียแล้ว
5ทำซูเปอร์ไฟร์วอลล์ระดับความยาก : ปานกลาง (3)
แม้ว่าคุณจะเปิดการทำงานของวินโดวส์ไฟร์วอลล์ในทุกเครื่อง และเราเตอร์ของคุณสนับสนุน NAT (Network Address Translation) รวมไปถึง SPI (Stateful Packet Inspection) แต่การป้องกันเพียงแค่นี้ไม่ได้ช่วยอะไรคุณมากเท่าไร เพราะคุณก็ยังเสี่ยงต่อการโดนไวรัสโจมตี หรือโดนสปายแวร์เข้ามาล้วงข้อมูลสำคัญออกไปอยู่ดี
แน่นอนว่าการหาชุดรักษาความปลอดภัยอย่าง ZoneAlarm Pro (ราคาประมาณ 1,400 บาท) มาใช้ ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่คุณก็ต้องซื้อมาติดตั้งทุกเครื่องที่มีอยู่ในบริษัท และนั่นหมายถึงค่าใช้จ่ายจำนวนไม่น้อย ซึ่งอาจหนักหนาเกินไปสำหรับออฟฟิศขนาดเล็ก การนำเครื่องเก่าที่ไม่ได้ใช้งานแล้วของคุณมาทำเป็นไฟร์วอลล์แบบฮาร์ดแวร์ จึงน่าจะเป็นทางเลือกที่เข้าท่ากว่า เพราะนี่หมายถึงคุณจะมีกำแพงด่านหน้าที่ช่วยปกป้องทั้งเครือข่าย
สำหรับบริษัทที่ต้องการประหยัดให้ถึงที่สุด ก็อาจต้องมองไปที่ไฟร์วอลล์ดิสทริบิวชันบนแพลตฟอร์มของลินุกซ์ ซึ่งมีให้คุณเลือกไปใช้ได้ฟรีมากมาย ที่เราสนใจและอยากแนะนำก็คือ SmoothWall Express (
http://www.smoothwall.org/) เพราะมีความต้องการขั้นต่ำของระบบไม่มาก แต่ทำอะไรได้มากมายหลายอย่าง ขอแค่เครื่องเก่าของคุณใช้ตัวประมวลผลเพนเทียม มีแรม 64 เมกะไบต์ ฮาร์ดดิสก์ขนาด 40 กิกะไบต์ และมีไดรฟ์ซีดี ก็สามารถใช้งานไฟร์วอลล์ดิสทริบิวต์นี้ได้แล้ว จะมีที่พิเศษก็ตรงที่คุณต้องติดตั้งการ์ดเน็ตเวิร์กลงในเครื่อง 2 ตัวเท่านั้น
ที่ดีอีกอย่างของ SmoothWall ก็คือ คุณไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องเกี่ยวกับลินุกซ์เลยก็ได้ เพราะที่คุณต้องทำก็แค่ดาวน์โหลดไฟล์ติดตั้ง สร้างซีดีสำหรับบูต จากนั้นก็ติดตั้งตัวแอพพลิเคชันซึ่งจะมีโอเอสรวมอยู่ในตัว แล้วก็ทำตามไปทีละขั้นตอนที่ปรากฏขึ้นมา ซึ่งเข้าใจได้ง่ายและช่วยในการคอนฟิกให้อีกต่างหาก เพียงเท่านี้คุณก็จะได้ไฟร์วอลล์ ‘Smoothie’ ซึ่งมีคุณสมบัติการทำงานมากมาย ไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัติพื้นฐานอย่าง NAT หรือ SPI รวมไปถึงการบล็อกไอพีแอดเดรสที่น่าสงสัย ทำพอร์ตฟอร์เวิร์ดดิ้ง เซตอัพ VPN ไปจนถึงการซิงก์เข้ากับ Network Time Protocol Server
คุณยังสามารถสั่งให้ ‘Smoothie’ ทำหน้าที่เป็นพร็อกซี่เซิร์ฟเวอร์และ DHCP เซิร์ฟเวอร์ได้ในตัว รวมไปถึงคอนฟิกให้รัน Snort ซึ่งเป็นยูทิลิตี้โอเพ่นซอร์สยอดนิยมสำหรับการตรวจจับการบุกรุก ได้อีกด้วย

1. สร้างแผ่นบูต : เช่นเดียวกับลินุกซ์ดิสทริบิวต์ชันส่วนใหญ่ SmoothWall (ที่เราใช้คือ SmoothWall Express เบต้าเวอร์ชันล่าสุด) ให้คุณดาวน์โหลดไปใช้ได้ฟรี โดยจะอยู่ในรูปของไฟล์ ISO ซึ่งคุณต้องเบิร์นใส่แผ่นซีดีก่อน

2. ติดตั้งซอฟต์แวร์ : ในการติดตั้ง SmoothWall คุณต้องลงลินุกซ์ก่อน และนั่นหมายถึงข้อมูลทั้งหมดที่มีอยู่ในเครื่องจะหายไป ที่เราชอบก็คือดิสทริบิวชันนี้จะช่วยแนะนำคุณผ่านขั้นตอนต่างๆ ในแบบที่เข้าใจได้ง่าย ชนิดที่คุณแทบไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องเกี่ยวกับลินุกซ์มาก่อนเลยก็สามารถติดตั้งได้