เตือนป่วยไข้หวัด 2009 ห้ามออกกำลังกายเชื้อลงปอดเร็ว
ชมรมผู้ประกอบการร้านอินเตอร์เน็ตและเกมจังหวัดสมุทรปราการ
26 พฤษภาคม, 2012, 12:00:40 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เตือนป่วยไข้หวัด 2009 ห้ามออกกำลังกายเชื้อลงปอดเร็ว  (อ่าน 217 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
กุ้งก้ามกราม
ไม่รู้ ไม่เห็น ไม่เป็น ไม่เหนื่อย...แต่...จะโง่
เพชรในตม
เจ้าพ่อร้านเกม
*****

คะแนนนิยม +1/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 603



เว็บไซต์
« เมื่อ: 21 กรกฎาคม, 2009, 01:29:05 PM »

    

3 รมว.ถกรับมือไข้หวั09 รับมือแพร่ในโรงเรียน-โรงงาน "อภิสิทธิ์" สั่งจับตาไวรัสกลายพันธุ์ "วิทยา"วอนอย่าโจมตีนักวิชการแต่ให้ด่ารัฐบาลแทน อธิบดีกรมการแพทย์บอกการจามใส่หน้าทำเชื้อลามเร็ว ห้ามออกกำลังกายขณะป่วยทำเชื้อลงปอดเร็วและรุนแรง

3 รมว.ถกรับมือใน "ร.ร.-โรงงาน"

การแพร่โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช1 เอ็น1 หรือไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในไทยเข้าสู่ระยะที่ 3 คือแพร่กระจายทั่วประเทศ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.)กระจายยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ทุกโรงพยาบาลทั่วประเทศเพื่อรองรับผู้ติดเชื้อหวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ไปแล้ว ขณะที่รัฐบาลวางมาตรการเพื่อป้องกันในหลายด้าน อาทิ แจกคู่มือการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ และแจกหน้ากากอนามัย

ล่าสุด เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 20 กรกฎาคม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และนายวิทยา แก้วภารดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ประชุมร่วมกันที่ กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อวางแนวทางป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

หลังประชุมนายจุรินทร์แถลงว่า ที่ประชุมมีความชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการการป้องกัน และแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในระดับอำเภอ ซึ่งสำนักงานสาธารณสุขอำเภอจะรับหน้าที่เป็นหลักในการให้คำแนะนำแก่สถานศึกษาทุกสังกัด รวมถึงสถาบันกวดวิชาในพื้นที่รับผิดชอบ ถึงความจำเป็นว่าจะต้องปิดการเรียนการสอนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคหรือไม่ ซึ่งทุกโรงเรียนพร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำของ สธ.อย่างเคร่งครัด และแต่งตั้งคณะทำงานติดตามแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโดยมีปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน ทำหน้าที่ติดตามสถานการณ์ และรายงานให้ตนทราบเป็นระยะๆ สำหรับมาตรการคัดกรองนักเรียนป่วยหน้าเสาธงทุกเช้า ทุกโรงเรียนยังดำเนินการต่อเนื่อง ซึ่ง สธ.ให้ความเห็นว่าเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุด เพราะหากพบนักเรียนป่วยให้หยุดอยู่กับบ้านจะไม่แพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น

ให้ อสม. 9.8แสนช่วยคัดกรอง

นายวิทยากล่าวว่า จะให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) 987,000 คนทั่วประเทศ เริ่มตรวจคัดกรองประชาชน เพื่อให้ผู้ป่วยปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์

นายไพฑูรย์กล่าวว่า โรงงานต่างๆ ถ้าหยุดทำงานของแรงงาน จะมีผลกระทบทางเศรษฐกิจ ซึ่งตนได้ออกไปพบกับผู้ประกอบการ พร้อมหารือกันว่า ถ้าพบแรงงานป่วยควรให้พักรักษาให้หายดีก่อน เพราะหากโรงงานมีการแพร่เชื้อ จะต้องถูกปิดโรงงาน รวมทั้งให้แรงงานได้ออกกำลังกายเสริมสร้างภูมิคุ้มกันด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไพฑูรย์นำอุปกรณ์ตรวจวัดอุณหภูมิของร่างกายมาแสดงต่อที่ประชุม พร้อมระบุว่า สถานประกอบการบางแห่งได้ลงทุนซื้อมาใช้ตรวจวัดอุณหภูมิของพนักงาน เพื่อคัดกรองผู้ป่วยไม่ให้เข้าไปทำงาน และทางกระทรวงแรงงานได้ดำเนินมาตรการดังกล่าวเช่นกัน โดยคัดกรองผู้ที่จะเข้าไปในกระทรวงอย่างเข้มงวด และติดสติกเกอร์สีเหลืองระบุ ผ่านการคัดกรองไข้หวัดŽ

"อภิสิทธิ์" สั่งจับตาไวรัสกลายพันธุ์

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่มั่นใจมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดของไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ว่า เฝ้าดูตัวเลขการแพร่ระบาดอยู่ตลอด และตั้งใจว่าจะรอดูอีก 1-2 วันเพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น หลักในการบริหารคือทำอย่างไรจะสามารถชะลอการแพร่ระบาดของเชื้อได้ ซึ่งต้องดูว่าสถานการณ์และตัวเลขผู้เข้ารับการรักษาตัวในสถานพยาบาลเป็นอย่างไร ซึ่งได้ขอให้ สธ.

รายงานข้อมูลให้ตนทุกวัน สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องติดตามว่าหลังจากแพทย์จ่ายยาให้ผู้ติดเชื้อแล้ว มีปัญหาเรื่องดื้อยาหรือไม่ เพราะประสบการณ์ของไวรัสในลักษณะนี้ มีกรณีการกลายพันธุ์ หรือการระบาดรอบ 2 และรอบ 3 ที่รุนแรงกว่า จึงต้องจับตาดูเป็นพิเศษ

"การให้ยาของ สธ.ในช่วงที่ผ่านมา น่าจะอยู่ในเกณฑ์ที่ทำให้ความเสี่ยงมีค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับหลายๆ แห่ง ซึ่งในต่างประเทศเริ่มมีแล้ว แต่ยังไม่มีการกลายพันธุ์ซึ่งต้องระวัง เพราะการเดินทางไปมาของคนยุคนี้มีมาก ส่วนเรื่องไข้หวัดที่ระบาดในหมู คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติแนวทางไปแล้ว ก็ต้องเฝ้าระวังและเตรียมการให้ดีที่สุด แต่สำหรับวัคซีนและยาต้านในกรณีที่เกิดการกลายพันธุ์นั้น ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้เชี่ยวชาญที่จะคิดค้นมาให้ทันกาล เพราะขนาดวัคซีนป้องกันการไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ก็ยังไม่เรียบร้อย" นายกฯกล่าว

 วอนอย่าโจมตีนักวิชาการด่ารบ.แทน

วันเดียวกัน นายวิทยา แก้วภราดัย กล่าวหลังเป็นประธานประชุมแพทยศาสตร์ศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 8 ที่อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี ซอยศูนย์วิจัย กรุงเทพฯ ว่าโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เป็นโรคระบาดที่เกิดขึ้นทั่วโลก มนุษย์ยังไม่มีภูมิคุ้มกันโรคนี้ ดังนั้น หากจะโจมตีมาตรการป้องกันและควบคุมโรคของไทยขอให้พุ่งเป้าที่รัฐบาล อย่าวิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และบุคลากรทางการแพทย์

"ที่มีหลายฝ่ายโดยเฉพาะพรรคฝ่ายค้านเสนอแนะแนวทางการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโรค ผมรับฟังบางส่วน แต่อยากจะบอกว่าถ้าไม่จำเป็น ไม่ควรนำเรื่องนี้มาเป็นการเมืองมากนัก ส่วนวัคซีน ขณะนี้ทุกประเทศทั่วโลกสั่งจองวัคซีนกันหมด หากใครแนะนำให้ประเทศไทยสละสิทธิในการสั่งจองวัคซีน ทั่วโลกคงหัวเราะ" นายวิทยากล่าว และว่า ก่อนหน้านี้มีประชาชนตื่นตระหนกกับการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 แต่ล่าสุดตัวเลขลดลง เช่น โรงพยาบาล ราชวิถี กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ข้อมูลนี้สะท้อน 2 ด้าน คือ 1.ประชาชนเข้าใจและดูแลรักษาตนเองมากขึ้น 2.มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขตรวจสอบสาเหตุที่ผู้ป่วยในโรงพยาบาลส่วนกลางลด และติดตามว่าผู้ป่วยในโรงพยาบาลต่างจังหวัดเพิ่มขึ้นหรือไม่

นายวิทยากล่าวว่า ทาง สธ.แจกคู่มือทางการแพทย์ให้โรงพยาบาลทั่วประเทศ 60,000 เล่ม เพื่อเป็นกรอบแนวในการดูแลรักษาผู้ป่วยเป็นมาตรฐานเดียวกัน และแจกคู่มือคำแนะนำประชาชนฉบับพกพา อีก 4 ล้านฉบับ โดยวางในโรงพยาบาลทุกระดับ สถานีอนามัย ศาลากลางจังหวัด ร้านสะดวกซื้อ ทั่วประเทศ

เผยจามใส่หน้าตรงๆ ติดเชื้อเร็ว

นพ.เรวัต วิศรุตเวช อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ข้อมูลของนักวิชาการพบว่า อาการของผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ 2009 ขึ้นอยู่กับปริมาณของเชื้อไวรัสและภูมิต้านทานของแต่ละคน เช่น การที่มือสัมผัสกับเชื้อไวรัสตามลูกบิดประตู หรือสถานที่ต่างๆ เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายน้อยกว่าผู้ป่วยไอจามใส่หน้าโดยตรง จากข้อมูลของผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงที่พบในไทย พบว่า ในปอดมีเชื้อโรคจำนวนมาก และเชื้อโรคลงในปอดส่วนล่างทำให้เกิดอาการปอดบวมรุนแรง

"ละอองฝอยของเชื้อโรคจากการไอ จาม จากผู้ป่วยเข้าสู่หน้าโดยตรงทำให้ได้รับเชื้อปริมาณมาก คำแนะนำทางการแพทย์คือ ควรไปล้างหน้าเท่านั้น เพราะการใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดไม่ช่วยให้เชื้อโรคหายไป แต่หากเผลอนำแคะจมูก ขยี้ตา โอกาสที่เชื้อโรคจะเข้าสู่ร่างกายก็มีมากขึ้น" นพ.เรวัตกล่าว และว่า การออกกำลังกายระหว่างที่เป็นไข้หวัดก็ยิ่งจะทำให้เกิดการติดเชื้อจากระบบทางเดินหายใจส่วนบนลงไปส่วนล่าง และทำให้โรคมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากการออกกำลังกายจะทำให้หัวใจสูบฉีดโลหิตแลกเปลี่ยนออกซิเจนไปทั่วร่างกาย การสูดอากาศหายใจลึกในช่วงออกกำลังกาย จะทำให้เชื้อโรคที่อยู่บริเวณทางเดินหายใจส่วนบนลงลึกไปอยู่ในส่วนล่างมากขึ้นด้วย
บันทึกการเข้า

http://www.cheerylife.net
สบู่สมุนไพร สบู่ธัญพืช สบู่สมุนไพรบริสุทธิ์

สถานที่ท่องเที่ยว
(O_o) นอทซ่าาO™
ความสำเร็จที่จุดสูงสุด เริ่มจากก้าวแรกเสมอ
ผู้มีบารมีนอกร้านเกม
เจ้าของร้านเกม
*****

คะแนนนิยม +301/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 481



เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 21 กรกฎาคม, 2009, 01:47:50 PM »

ตายจะหมดประเทศอยู่แล้ว เพิ่งประกาศเหรอทั่น 
บันทึกการเข้า

สถานที่ท่องเที่ยว
︷ คุง ชาย นัทซ่าส์ ︷
เกาะยอโฮมสเตย์
เพชรในตม
เจ้าพ่อร้านเกม
*****

คะแนนนิยม +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1020


สุขใดไม่เท่า ล้วงกระเป๋าแล้วเจอตัง


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 21 กรกฎาคม, 2009, 10:56:36 PM »

 

ดีนะ  กินๆ  นอนๆ   
บันทึกการเข้า

สถานที่ท่องเที่ยว
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

HostGator
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.13 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!