ไอซีทียันดักข้อมูลชาวเน็ตไทยไม่ละเมิด "ประเทศไหนๆก็ติด Sniffer"
ชมรมผู้ประกอบการร้านอินเตอร์เน็ตและเกมจังหวัดสมุทรปราการ
26 พฤษภาคม, 2012, 03:13:19 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ไอซีทียันดักข้อมูลชาวเน็ตไทยไม่ละเมิด "ประเทศไหนๆก็ติด Sniffer"  (อ่าน 342 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
กุ้งก้ามกราม
ไม่รู้ ไม่เห็น ไม่เป็น ไม่เหนื่อย...แต่...จะโง่
เพชรในตม
เจ้าพ่อร้านเกม
*****

คะแนนนิยม +1/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 603



เว็บไซต์
« เมื่อ: 22 มกราคม, 2010, 04:12:14 PM »

   อ่านหน่อยครับผม รุ้สึกจะเกี่ยวกับผุ้ให้บริการอย่างเราๆเสียด้วย 

ไอซีทียันดักข้อมูลชาวเน็ตไทยไม่ละเมิด "ประเทศไหนๆก็ติด Sniffer"

      หัวหน้าคณะทำงานปราบคอนเทนท์เถื่อนบนอินเทอร์เน็ตในสังกัดไอซีทียืนยันชัดเจน การติดตั้งระบบดักจับข้อมูลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตหรือ Sniffer ที่ไอเอสพีหรือบริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยนั้นเป็นการช่วยป้องกันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ได้ผล แจงกลุ่มนักท่องเน็ตชาวไทยผู้ต่อต้าน Sniffer ว่าการติด Sniffer เป็นเรื่องสากลที่ประเทศใหญ่อย่างสหรัฐฯก็ทำ ย้ำว่าเครือข่ายโทรศัพท์มือถือยังต้องมีการดักเก็บข้อมูลการใช้งาน การดักเก็บข้อมูลผู้ใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่มีขนาดใหญ่กว่าจึงเป็นสิ่งที่ต้องทำ
       
      Sniffer คือโปรแกรมดักจับข้อมูลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่คณะทำงานโครงการนี้มีมติเสนอให้ กทช. (คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) เพิ่มหลักเกณฑ์ในการออกใบอนุญาตให้กับผู้ประกอบการบริการอินเทอร์เน็ต ว่าต้องติดตั้ง Sniffer ไว้ที่เกตเวย์เพื่อใช้ดักอ่านข้อมูลที่วิ่งไปมาบนระบบ (Traffic) เท่ากับไอซีทีต้องการบังคับให้ไอเอสพีทุกค่ายดักเก็บข้อมูลผู้ใช้ทุกคน เพื่อตรวจว่าลูกค้ารายใดใช้งานคอนเทนท์เถื่อนผิดลิขสิทธิ์จากแหล่งใด   
   
       จุดประสงค์ของไอซีทีคือต้องการปราบปรามการเผยแพร่คอนเทนท์เถื่อนผิดลิขสิทธิ์บนอินเทอร์เน็ต เช่น เพลง โปรแกรม ภาพยนตร์ ฯลฯ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ความกังวลว่าผู้ใช้อินเทอร์เน็ตชาวไทยกำลังจะถูกรุกล้ำความเป็นส่วนตัว ขณะที่ต้นทุนของผู้ประกอบการเกตเวย์ (ISP : Internet Service Provider) ก็จะสูงขึ้นและอาจเป็นภาระกลับไปยังผู้บริโภคที่ต้องจ่ายแพงขึ้น ที่สำคัญ หากข้อมูลที่ดักเก็บไว้ถูกนำไปใช้ในทางไม่ชอบ ก็จะมีผลเสียหายตามมา โดยทั้ง 3 ข้อนี้เป็นความกังวลซึ่งปรเมศวร์ มินศิริ เว็บมาสเตอร์กระปุกดอทคอมโพสต์ไว้บนเว็บบอร์ด thaifollow.com
       
       ทันทีที่ข่าวนโยบายติดตั้ง Sniffer แพร่กระจายไป ชาวอินเทอร์เน็ตในเมืองไทยพากันจับกลุ่มวิจารณ์และไม่เห็นด้วย กระทั่งล่าสุด มีการจัดตั้งกลุ่ม thainosniff ขึ้นมา เรียกร้องไม่ให้ภาครัฐทำการดักจับข้อมูลด้วย Sniffer
       
      มั่นใจแก้รัดกุมที่ต้นเหตุ
       
       นายอาจิน จิรชีพพัฒนา ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ประธานคณะทำงานกำกับดูแลและเฝ้าระวังการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยลุกขึ้นมาแสดงความเห็นต่อต้าน Sniffer ว่า การติดตั้ง Sniffer เป็นการช่วยป้องกันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ต้นเหตุ แถมยังสามารถคัดกรองเว็บไซต์เหมาะสมทุกประเภท ต่างจากพ.ร.บ.การกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ที่สามารถเอาผิดได้เมื่อมีคดีความเกิดขึ้นเท่านั้น ถือเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ
       
       "สำหรับกรณีที่หลายภาคส่วนเป็นห่วงว่าการใช้อุปกรณ์ดังกล่าวจะทำให้เกิดการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลนั้น เป็นเรื่องที่จะต้องคำนึงถึงด้วย แต่เครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นเหมือนถนนสาธารณะที่จะต้องมีการเฝ้าระวัง ไม่ให้มีการใช้เพื่อดำเนินการผิดกฎหมาย"
       
       อาจินระบุว่าข้อมูลที่วิ่งอยู่บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตนั้นมีจำนวนมหาศาล เป็นไปได้ยากที่ไอเอสพีจะเฝ้าดูข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าทุกราย ประกอบกับไอซีทีจะมีเกณฑ์ข้อมูลที่เข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์ส่งไปยัง ISP แต่ละรายแบบอัตโนมัติ ซึ่งผู้ประกอบการ ISP จะต้องคัดเฉพาะข้อมูลที่เข้าข่ายเท่านั้นมาพิจารณา และหาก ISP รายใดนำข้อมูลส่วนตัวลูกค้าไปใช้ประโยชน์ก็จะถูกดำเนินการทางกฎหมายทันที
       
       “เราจะให้ ISP คัดกรองข้อมูลที่น่าสงสัย สมมุติมีปริมาณการเข้าใช้เว็บไซต์เพลงเว็บไซต์หนึ่งจำนวนมากผิดปกติ เราก็ต้องตรวจเช็คว่าเว็บไซต์ดังกล่าวอยู่ในรายชื่อผู้ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์เพลงหรือไม่ อย่างไรก็ดี การเฝ้าระวังทราฟิกที่น่าสงสัยบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นการเฝ้าระวังที่ต้นเหตุ ดีกว่ารอให้เกิดคดีแล้วค่อยไปไล่ตรวจจับ ประกอบกับอุปกรณ์ดังกล่าวเป็นอุปกรณ์ที่มีใช้อยู่ทั่วไปในระดับสากล เพราะในต่างประเทศให้ความสำคัญกับการดักจับข้อมูลไม่เหมาะสม เช่นในอเมริกา ก็มีการร่างกฎหมายดักจับข้อมูลขึ้นมาโดยเฉพาะ”
       
       อย่างไรก็ดี การติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าวดังกล่าวยอมรับว่าเป็นต้นทุนที่ผู้ประกอบการ ISP ต้องรับภาระเอง แต่การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นความรับผิดชอบต่อสังคม โดยที่ผ่านมาผู้ประกอบหลีกเลี่ยงที่จะให้ความร่วมมือ ไอซีทีจึงจำเป็นต้องขอความร่วมมือจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติในฐานะผู้กำกับดูแลสั่งการให้ ISP ติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าว
       
       "สำหรับกลุ่มผู้คัดค้านก็ต้องถามกลับไปว่าพวกเขาคัดค้านอะไร กรณีการดำเนินการของรัฐบาลครั้งนี้ต้องการสร้างความสงบสุขบนสังคมอินเทอร์เน็ต และเป็นเกราะป้องกันเยาวชนให้พ้นจากภัยที่มากับอินเทอร์เน็ต การทำหน้าที่ของรัฐครั้งนี้เปรียบเสมือนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง คนที่ผ่านไปมาต้องยอมเสียความเป็นส่วนตัวบ้างเพื่อความปลอดภัย ความสงบสุขของประเทศ และการเฝ้าระวังการใช้งานบนเครือข่ายนี้ก็ดูแลโดยรัฐนั้นคือไอซีที ซึ่งการันตรีว่าจะไม่มีการละเมิดข้อมูลส่วนของประชาชนไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นแน่นอน"
       
       ทั้งนี้ นอกจากการขอความร่วมมือกทช. ไอซีที ได้ดำเนินการส่งเรื่องให้สำนักงานอัยการสูงสุดตีความว่า การติดตั้งอุปกรณ์เพื่อเฝ้าระวังการละเมิดลิขสิทธิ์บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตก่อนเกิดคดีความ นั้นสามารถดำเนินการได้หรือไม่ และยังได้ดำเนินการแก้กฎหมายให้สอดคล้องกับเรื่องดังกล่าวไปพร้อมกันด้วย
       
       กระแสค้านก่อตัว
       
       คณะทำงานโครงการปราบปรามคอนเทนท์เถื่อนผิดลิขสิทธิ์บนอินเทอร์เน็ตประกอบด้วยตัวแทนจาก 5 ส่วน ได้แก่ กระทรวงไอซีที กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ และสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย ขณะนี้แผนการใช้ Sniffer เป็นเครื่องมือปราบปรามนั้นยังค้างอยู่ที่ กทช. ซึ่งยังไม่มีกำหนดการผ่านพิจารณาที่ชัดเจน
       
       ระหว่างที่เรื่องยังไม่ชัดเจน ชาวอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยออกมาคัดค้านเรื่องนี้ด้วยการติดป้าย #thainosniff บนทวิตเตอร์ (Twiiter) และมีการใช้ชื่อ thainosniff เป็นชื่อกลุ่มในเว็บเครือข่ายสังคมเฟสบุ๊ก (Facebook) ลักษณะเดียวกับ #welovetheking ซึ่งชาวทวิตเตอร์ติดป้ายเพื่อบ่งบอกว่าเป็นกลุ่มเทิดพระเกียรติในหลวง ยังไม่มีมีแถลงการณ์ออกมาอย่างเป็นทางการในขณะนี้
       
       ปฏิเสธไม่ได้ว่าการติดตั้ง Sniffer นั้นเป็นวิธีการปราบปรามคอนเทนท์เถื่อนบนอินเทอร์เน็ตที่ได้ผลจริง โดยเฉพาะการปราบ"ขบวนการโหลดบิต"ชุมชนนักแลกเปลี่ยนข้อมูลคอนเทนท์เถื่อนขนาดใหญ่ที่จะได้รับผลกระทบอย่างแรงหากมีการติดตั้ง Sniffer ในอนาคต แต่การหักดิบด้วยการดักข้อมูลผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทุกคนในประเทศนั้นเป็นสิ่งที่ชาวเน็ตถือว่าเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวที่ยากจะยอมรับได้ จนมีบางรายเปรียบเทียบว่าการติด Sniffer ไม่ต่างอะไรกับการติดกล้องวงจรปิดในห้องน้ำ พร้อมประนามว่าโครงการนี้จะทำให้ไอซีทีกลายเป็นถ้ำมอง ซึ่งเชื่อขนมกินได้เลยว่า การพิจารณาเพื่อหาทางเดินที่ดีที่สุดของเรื่องนี้จะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งกว่าทุกอย่างจะลงตัว
       
       ปรเมศวร์ชี้ Sniff ดาบ 2 คม
       
       ปรเมศวร์ มินศิริ เว็บมาสเตอร์กระปุกดอทคอม ให้สัมภาษณ์ถึงการติดตั้งอุปกรณ์ Sniff ที่เกตเวย์นั้นทำให้เกิดทั้งข้อดีและข้อเสีย คือช่วยมองหาความผิดปกติเพื่อแก้ไขและพัฒนาให้ยิ่งขึ้น แต่อีกประเด็นหนึ่งที่สังคมจับตามองคือการเข้าไปละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคล
       
       "เครื่องมือ Sniffer เป็นดาบสองคมซึ่งหากใช้ในทางที่ถูกต้องก็จะสามารถช่วยให้ผู้ดูแลระบบได้สอด ส่องมองหาความผิดปกติในเครือข่ายเพื่อแก้ไขและปรับปรุงประสิทธิภาพให้ดีขึ้น ได้ ซึ่งหลายครั้งผู้ดูแลระบบหรือ Administrator ก็จะใช้เครื่องมือนี้ตรวจสอบระบบเครือข่ายเมื่อมีความผิดปกติเกิดขึ้นอยู่ แล้วซึ่งหากใช้ในประเด็นนี้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ประเด็นที่สังคมให้ความสนใจคือ หากมีการใช้เพื่อดักรับข้อมูลการใช้งานของผู้ใช้โดยทั่วไป โดยไม่ได้ระบุว่าเป็นการตรวจจับเฉพาะจุดที่สงสัยว่าจะมีการกระทำความผิดนั้น น่าเป็นห่วง"
       
       โดยกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยตรงเกี่ยวกับการคุ้มครองทรัพยสินทางปัญญาในอินเทอร์เน็ตที่น่าศึกษาคือ Digital Millennium Copyright Act 1998 (DMCA) ของสหรัฐอเมริกา เนื้อหาโดยสรุปคือนอกจากจะคุ้มครองเจ้าของทรัพย์สินทางปัญหาแล้ว จะต้องให้ความเป็นธรรมกับ ISP หรือตัวกลางข้อมูลด้วยว่าหากเป็นแค่สื่อกลางที่ไม่มีเจตนาในการทำละเมิดลิขสิทธิ์ก็จะไม่ต้องรับผิด เช่น การกำหนดมาตรการแจ้งเพื่อให้ลบออก (Notice and Takedown)
       
       เนื่องจากในสังคมปัจจุบัน ความเป็นส่วนตัว หรือ Privacy นั้นเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของทุกคน ที่หลายๆประเทศต่างให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ดังจะเห็นได้จากในหลายประเทศต่างให้การรับรองหลักการไว้ในรัฐธรรมนูญ ความเป็นส่วนตัวจึงเป็นสิทธิอย่างหนึ่งที่ทุกคนควรจะได้รับความคุ้มครอง
       
       ซึ่งรวมถึงสิทธิหลายๆประการเช่น ความเป็นส่วนตัวในชีวิตร่างกาย กฎหมายจึงต้องระบุเงื่อนไขในการจับกุมและควบคุมตัวบุคคลให้ชัดเจน, ความเป็นส่วนตัวในเคหะสถาน การเข้าไปในบ้านของผู้อื่นหรือการค้นสถานที่จึงต้องมีหมายศาล และความเป็นส่วนตัวเกี่ยวกับข้อมูลและการสื่อสาร จึงจะต้องให้ความคุ้มครองความเป็นส่วนตัว เช่น โทรศัทพ์ จดหมายอิเลกทรอนิกส์
       
       "การดักรับข้อมูลส่วนนี้จึงไม่ควรสามารถกระทำต่อบุคคลทุกคนในทันที นอกจากจะมีหมายศาลให้ดำเนินการกับผู้ต้องสงสัยว่ากระทำความผิดตามที่กฎหมายรองรับ" ปรเมศวร์ กล่าวโดยสรุป
       
บันทึกการเข้า

http://www.cheerylife.net
สบู่สมุนไพร สบู่ธัญพืช สบู่สมุนไพรบริสุทธิ์

สถานที่ท่องเที่ยว
audwattep
สมาชิกชมรม
ลูกค้าร้านเกม
**

คะแนนนิยม +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 31



เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 23 มกราคม, 2010, 01:05:43 AM »

thank you
บันทึกการเข้า

สถานที่ท่องเที่ยว
!-คุณพ่อน้องวิว-!
สมาชิกชมรม
เจ้าพ่อร้านเกม
**

คะแนนนิยม +1/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 592


[-ใช้อินเตอร์เน็ตอย่างถูกวิธี ช่วยพัฒนาชีวีสู่สากล-]


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 23 มกราคม, 2010, 10:32:24 AM »

ขอบคุณมากครับ 
บันทึกการเข้า

"คุณกินเหล้า  อย่าให้เหล้ากินคุณ"  ไม่ต่างอะไรกับ  "คุณเล่นเกมส์ อย่าให้เกมส์เล่นคุณ" สอนให้อดให้เลิกคงยาก แต่ถ้าสอนให้ควบคุมได้ ผลตามมาที่ไม่ดีคงจะไม่เกิด เช่น "เมาไม่ขับ เมื่อเมาไม่ขับ อันตรายไม่เกิด เล่นเกมส์แบ่งเวลา หายนะไม่เกิด"
สถานที่ท่องเที่ยว
(O_o) นอทซ่าาO™
ความสำเร็จที่จุดสูงสุด เริ่มจากก้าวแรกเสมอ
ผู้มีบารมีนอกร้านเกม
เจ้าของร้านเกม
*****

คะแนนนิยม +301/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 481



เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 23 มกราคม, 2010, 11:54:32 AM »

ก็แค่การสร้างกระแส กลบข่าวการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรียี้ ๆ
การปฏิบัติสองมาตรฐาน และ กฏเหล็ก 9 ข้อที่เลือกปฏิบัติของรัฐบาลครับ

ขำ ๆ อย่าคิดมาก 
บันทึกการเข้า

สถานที่ท่องเที่ยว
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

HostGator
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.13 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!